ทกประตูปิดใส่หน้าทุกคนตามความเคยชิน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นบานประตูตัวเองพิงอยู่ข้างฝา! “ไปให้พ้นหน้าให้หมด! มองอะไรกันนักหนา?”
ซูจื่อหลินขมวดคิ้ว “ซูจื่อซี… พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย”
“โอ๊ะ ๆ ต้องพูดเพราะ ๆ กับคุณปู่คุณย่าใช่ไหมครับ?” จื่อซีประชดเสียงสูง “งั้นขอพูดใหม่นะครับ ท่านฮ่องเต้สูงสุด พระพันปีหลวง แก่ขนาดนี้แล้วทำไมไม่รีบไปพักผ่อนอีก? ระวังหัวใจจะทนไม่ไหวจนตายไปซะล่ะ แล้วจะมาโทษว่าผมทำโกรธอีก! พวกคุณรู้ไหมว่าทำไมคนแก่ในหมู่บ้านอายุยืนเขาถึงอยู่ได้นาน? ก็เพราะเขาไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้านไงล่ะ!”
มู่กุยฝานเอ่ยเสียงเรียบ “ตีสิ… ถ้าตีครั้งเดียวไม่จำ ก็ตีสองครั้ง”
ซูอิงเอ๋อร์ชักกระบองออกมาจากด้านหลังทันที “ฉันว่าจัดสักชุดก็ดีนะ!”
ซูอีเฉินยืนนิ่งสีหน้าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ส่วนคุณนายซูโกรธจนตัวสั่นเทิ้มไปหมด
“นี่บ้านตระกูลซูต้องมานั่งดูสีหน้าเด็กนิสัยแย่อย่างเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!”
“เธอเห็นหัวผู้หลักผู้ใหญ่บ้างไหม!”
และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น! ปกติแล้ว คุณนายซูเดินไม่ได้และต้องนั่งรถเข็นมาตลอด กลับโกรธจัดจนลุกพรวดขึ้นยืนเองได้เป็นครั้งแรก! เธอคว้าไม้เท้ามาจากมือลูกชายคนที่ห้าด้วยความรวดเร็ว
“ไม่มีใครกล้าตีใช่ไหม? ฉันจะตีมันเอง!”
ครั้งสุดท้ายที่ตีซูจื่อซี…ก็คือครั้งก่อน ตอนนั้นเขาโดนตีจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ก็ยังนิสัยเสียเหมือนเดิม
หลังจากนั้น ทุกคนเลยไม่กล้าตีอีก เพราะลึก ๆ ในใจ