ันหันจนน่าใจหาย
ณ ลานจอดรถ
วิญญาณของชางชิงเป่ยลอยละล่องมาหาซู่เป่า เขาตกใจและรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น “ไม่! ฉันยังไม่อยากตาย! ฉันเพิ่งจะกุมเคล็ดลับของยอดวิวได้นะ!” ไอวิญญาณพยายามดิ้นรนหนีสุดชีวิต ในใจยังเพ้อฝันว่าถ้าโชคดีรวยขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาจะระวังตัวให้มากกว่าเดิม
“คุณมันบ้าไปแล้ว แม้เป็นมนุษย์แต่จิตใจกลับกลายเป็นปีศาจไปเสียสิ้น ปล่อยไว้ไม่ได้!” จี้ฉางจดบันทึกลงในสมุดพลางเอ่ยเสียงเย็น
“พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาจับผม มีคุณสมบัติอะไรมาตัดสินผม!” ชางชิงเป่ยตะโกนก้อง
“ฉันเป็นผู้พิพากษา… คุณคิดว่าฉันมีคุณสมบัติพอไหมล่ะ?” จี้ฉางปิดสมุดเล่มเล็ก ใบหน้าซีดเซียวที่ดูไร้อารมณ์นั้นมองดูน่าเกรงขาม
ชางชิงเป่ยอึ้งกิมกี่… ผู้พิพากษาดวงวิญญาณงั้นเหรอ?!
แม้ในวาระสุดท้าย เขาก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิด ทุกคนก็อยากรวยเหมือนกันทั้งนั้น เขาไม่ได้ขโมยหรือปล้นใคร แต่หาเงินมาด้วยความฉลาดของตัวเองแท้ ๆ!
จี้ฉางโบกมือเพียงครั้งเดียว วิญญาณของชางชิงเป่ยก็กรีดร้องโหยหวน ก่อนสลายกลายเป็นพลังงานร้ายถูกดูดหายเข้าไปในน้ำเต้าวิญญาณ
ซู่เป่าจ้องมองน้ำเต้าซึ่งแขวนอยู่บนด้ายแดง เธอรู้สึกได้ว่าน้ำเต้าใบเล็กนี้กำลังขยับขยายตัวคล้ายกับมีความสุขมาก “คุณพ่อคะ การที่ต้องดูแลลูกชายที่กลายเป็นคนปัญญาอ่อนแบบนี้ พวกเขาทั้งสองคนคงจะเหนื่อยมากเลยนะคะ?”
มู่กุยฝานออกรถพลางเอ่ยเสียงเรียบ “มันคือวงจรแห่งเหตุและผล ถ้าสั่งสอนกันมา