องชุดดำบุกพังบ้านคนอื่นแล้วสั่งสับนิ้วชาวบ้านหน้าตาเฉยแบบนี้บ้าง? ‘
เขาจ้องมองเจ้านายที่ทำตัวเหมือนเป็นผู้ถือศีลกินเจ ทั้งยังเพิ่งจะสั่งพูดคุยกันดี ๆ จนห้องข้างในเสียงดังตุ้บตั้บไม่หยุด หวั่นเถาทำได้เพียงกุมขมับ พยายามสะกดกลั้นคำด่าที่ติดอยู่ในลำคอพลางคิดในใจว่า…
‘ถ้าท่านเป็นนักพรต ผมก็คงเป็นเจ้าอาวาสแล้วล่ะครับท่านหัวหน้า!’
“แล้วอีกอย่าง คนลงมือตีเขาน่ะคือคนของตระกูลมู่ ไม่ใช่คนนอกที่ไหน” มู่กุยฝานเสริมต่อ
ชางชิงเป่ยถูกรุมกระหน่ำจนระบมไปทั้งตัว ก่อนถูกรวบตัวส่งตำรวจในข้อหาก่อความไม่สงบและทะเลาะวิวาท เขาถูกใส่กุญแจมือลากตัวไปในสภาพที่พูดไม่ออก เพราะคนของมู่กุยฝานรู้วิธีลงมือเป็นอย่างดี ตีให้เจ็บลึกถึงกระดูกโดยไม่ทิ้งรอยแผลภายนอกให้เห็น
ในขณะที่คนของมู่กุยฝานเองก็หน้าตาบวมปูดเขียวช้ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่พวกเขาตีกันเอง เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนเป็นการทะเลาะวิวาทของคนสองฝ่าย
“คุณทำแบบนี้ ลูกน้องคุณก็ต้องติดร่างแหเข้าไปด้วยสิ” ซูอีเฉินเมื่อได้ยินเรื่องนี้ก็ขมวดคิ้ว
“ไม่เป็นไร พวกเขามีภารกิจต้องเข้าไปจับตาดูคนข้างในอยู่พอดี ถือว่าเข้าไปได้สมเหตุสมผล” มู่กุยฝานไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ
นี่มันการใช้เรื่องส่วนตัวมาปนกับราชการชัด ๆ!
แต่สำหรับมู่กุยฝาน เขาไม่รู้สึกว่านี่คือการแก้แค้นส่วนตัว เขาเพียงแค่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดเพื่อจัดการคนชั่วเท่านั้น
เมื่อชางชิงเป่ยถูกส่งเข้าคุก เด