ยก็วิ่งรี่ไปริมน้ำทันที
คุณยายซูทำอะไรไม่ได้นอกจากกุมรีโมทรถเข็นไว้แน่น เธอรู้ดีว่าหากเธอลงไปตอนนี้ มีแต่จะเพิ่มภาระให้คนอื่น เธอจึงถอยรถเข็นไปอยู่ในจุดปลอดภัย แล้วรีบขอความช่วยเหลือจากคนที่เดินผ่านไปมาให้ช่วยดูซู่เป่า
ซู่เป่าวิ่งมาจนถึงริมตลิ่งด้วยขาสั้น ๆ ของเธอ แต่เด็กน้อยไม่ได้วู่วาม เธอหยุดยืนอยู่ตรงนั้น กอดอกแล้วตะโกนสุดเสียง “คุณพ่อ กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
“หนูน้อย อย่าวิ่งซนแถวนี้นะ ลมมันแรง” ลุงคนหนึ่งเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาอุ้มซู่เป่าไว้
ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมแรง มู่กุยฝานเข้าถึงตัวเป้าหมายแล้ว เขาคว้าเสื้อของคนที่ลอยคออยู่ไว้ได้ทันควัน ทว่าในวินาทีที่สัมผัส เขากลับรู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะไม่เป็นธรรมชาติ มือของเขาลื่นพรืดราวกับจับโดนเมือกตะไคร่น้ำ
เขารู้สึกแปลกใจ… คนที่เพิ่งตกน้ำทำไมถึงมีเมือกลื่นเหมือนแช่น้ำมาแรมเดือน?
ในจังหวะนั้นเอง ร่างลอยนิ่งก็พลิกกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดพร้อมดวงตาเหลือกโพลงสีขาวโพลนดูสยดสยองอย่างยิ่ง
เป็นศพผู้ชาย!
มู่กุยฝานชะงักไปครู่หนึ่ง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขารู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่เย็นเยียบคว้าข้อเท้าของเขาไว้แน่น แล้วกระชากร่างของเขาลงสู่ก้นแม่น้ำ
“?!”
กล้ามาเล่นงานมู่กุยฝานอย่างฉันเชียวรึ?
มู่กุยฝานไม่ได้ตื่นตระหนกเหมือนคนทั่วไป เขาใช้ทักษะการต่อสู้ใต้น้ำที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก เตะสวนลงไปใต้เท้าทันที!
หากเป็นคนปกติเมื่อเห็นศพลืมตาขาวโพ