้นหรือคะ?” เด็กน้อยเริ่มอยากรู้อยากเห็น
“ที่สวนหลังบ้านเก่าของฉัน ฉันฝังโถเอาไว้อันหนึ่ง! ในนั้นมีทองคำแท่งสิบแท่ง กับสมุดบัญชีอีกเล่ม!”
เธอพรรณนาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ทองคำสิบแท่งนั่น เทียบราคาทอนตอนนี้ก็แท่งละสามแสน รวมเป็นสามล้าน! แถมเงินในบัญชีอีกหนึ่งล้าน ทั้งหมดตั้งสี่ล้านเชียวนะ!”
“ว้าว! เงินเยอะจังเลยค่ะ!” ซู่เป่าตาโต เจ้าตัวเล็กให้ความร่วมมือเต็มที่จนมู่กุยฝานถึงกับกระตุกมุมปากอย่างกลั้นยิ้ม
ซูอิงเอ๋อร์คิดในใจ
ซู่เป่าลูก… เงินสี่ล้านนั่น ลุงใหญ่ให้หนูเป็นค่าขนมรายวันยังได้เลยนะ…
แต่เขาก็เข้าใจดีว่าสำหรับคนทั่วไป เงินก้อนนี้คือหยาดเหงื่อแรงกายทั้งชีวิต
ไม่แปลกที่คุณยายยังห่วงจนไม่ยอมไปไหน
“แต่ลูกชายฉันมันดันจะขายบ้านเก่าเพื่อไปแต่งงานในเมือง! ถ้าขายไปแล้วคนอื่นมาขุดเจอ ทองของฉันก็กลายเป็นของคนอื่นหมดน่ะสิ!”
พูดจบ วิญญาณหญิงแก่เริ่มร้อนรน ฟันปลอมหลุดออกมาจากปาก ไอวิญญาณแห่งความห่วงหาอาวรณ์ก็เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างของคุณยายจนบรรยากาศเริ่มอึมครึมขึ้นมาอีกครั้ง!
“ไม่ได้! ฉันต้องกลับไปเดี่ยวนี้! ฉันต้องไปบอกลูกชายว่ามีสมบัติฝังอยู่ใต้บ้าน…” คุณยายในชุดศพโพล่งออกมาอย่างร้อนรน
จี้ฉางยังคงรักษาสีหน้าเย็นชาเป็นนิจ เขาเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อ้อ… ถ้าธุระของคุณมีแค่อยากจะบอกลูกชาย คุณก็แค่ไปเข้าฝันเขาก็สิ้นเรื่อง ทำไมต้องดั้นด้นกลับไปด้วยตัวเองให้เสียเวลา?”
“แล้วตอนยังมีชีวิตอย