บทที่ 161 ไม่กลัวคู่ต่อสู้เทพ แต่กลัวเพื่อนร่วมทีมโง่
ซูเหอเวิ่นตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ พลังหยินในร่างพุ่งพล่านจนเขาไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เขาออกวิ่งหนีสุดชีวิตพลางแผดเสียงร้องไห้จ้า “ฮือ ๆ น้องสาว… ช่วยพี่ด้วย! ช่วยด้วย!”
เขาวิ่งทะลุร่างเย็นเยียบของคนเหล่านั้นไปอย่างไม่คิดชีวิต เหล่าวิญญาณร้ายต่างส่งเสียงครางขู่ในลำคอ ราวกับฝูงซอมบี้ในหนังวันสิ้นโลกที่ห้อมล้อมเหยื่อด้วยความหิวกระหาย
ซูเหอเวิ่นสับเท้าวิ่งสุดกำลัง แม้ประตูห้องของซู่เป่าอยู่ตรงหน้าแค่เอื้อม แต่น่าประหลาดที่เขากลับวิ่งเท่าไรก็เข้าไม่ถึงเสียที ราวกับระเบียงทางเดินนี้ถูกยืดออกไปไม่สิ้นสุด
เมื่อได้ยินเสียงโวยวายกลางดึก คนแรกที่โผล่ออกมาดูคือมู่กุยฝาน ตามมาติด ๆ ด้วยซูอีเฉิน
ทั้งคู่ยืนมองซูเหอเวิ่นกำลังวิ่งซอยเท้าอยู่กับที่ พลางตะโกนลั่นระเบียงที่ควรจะเงียบสงบ ดูท่าทางแปลกประหลาดราวกับคนสติฟั่นเฟือน ไม่ว่าจะขยับอย่างไรก็ไม่อาจหลุดพ้นจากระยะทางช่วงนั้นได้
“ถูกผีอำหรือเปล่า?” มู่กุยฝานหรี่ตาจ้องมองปลายเท้าของเด็กชายก่อนจะลดเสียงกระซิบอีกคน
“เป็นไปได้” ซูอีเฉินขมวดคิ้วมุ่น
ทั้งสองสบตากันอย่างรู้ความหมาย คนแรกที่พวกเขานึกถึงก็คือ… ซู่เป่า
ทว่า… เจ้าตัวน้อยที่น่าจะเป็นที่พึ่งเดียวในตอนนี้กำลังหลับปุ๋ยฝันหวานอยู่
กว่าจะถึงรุ่งสางก็ยังเหลือเวลาอีกสามสี่ชั่วโมง ซูอีเฉินนิ่งคิดครู่หนึ่ง…
ซูเหอเวิ่นก็นักกีฬาโรงเรียนนี่นา แค่วิ่งว