ันเป็นใครกันนะ?”
เพราะวิญญาณนั้นแตกกระจาย ทำให้เธอสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมด จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองมาสิงอยู่บนคอเด็กสาวคนนี้ได้อย่างไร
หญิงสาวเจ้าของร่างสวมรองเท้าแตะเดินถือกุญแจพวงใหญ่พลางนวดคอไปตามทาง คนแถวนั้นที่เห็นต่างพากันยิ้มทักทาย
“เสี่ยวอวี้! ออกไปเก็บค่าเช่าเหรอ? ดูท่าทางเหนื่อยๆ นะเนี่ย เก็บมาหลายวันแล้วล่ะสิ เหนื่อยหน่อยนะ!”
ที่แท้หญิงสาวคนนี้คือ ซูเสี่ยวอวี้ เจ้าของอพาร์ตเมนต์จอมขยัน
เธอยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่พ่อแม่เสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอจึงได้รับมรดกเป็นตึกเช่าถึง 40 ห้อง กลายเป็นเศรษฐีนีเจ้าของหอพักตัวจริง
ซูเสี่ยวอวี้เดินลากรองเท้าแตะในปากคาบอมยิ้มพลางหัวเราะสดใส “ใช่ค่ะป้า… ช่วยไม่ได้นี่นา การหาเงินมันก็เหนื่อยแบบนี้แหละ ไม่อย่างนั้นจะให้ฉันรอเงินหล่นลงมาจากฟ้าหรือไงคะ!”
พริบตานั้นเอง ซูจิ่นอวี้ที่เกาะอยู่บนคอของเธอก็จามออกมาเสียงดัง “ฮัดชิ้ว!”
ฟุ่บ!!!
ทันใดนั้นเอง ห่อของปริศนาก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า กระแทกพื้นดังปึกลงข้างเท้าของซูเสี่่ยวอวี้พอดิบพอดี!
“โอ๊ย! ใครมันโยนของลงมาจากตึกเนี่ย?!” ซูเสี่่ยวอวี้สะดุ้งสุดตัวรีบชักเท้ากลับ
แต่พอเธอก้มมองให้ชัดๆ ห่อของนั้นกลับเป็น… มัดเงินหนาเตอะ!
ซูเสี่ยวอวี้ถึงกับยืนอึ้งตะลึงงัน เธอมองขึ้นไปบนฟ้าที่ว่างเปล่าสลับกับมัดเงินแทบเท้าด้วยความงงงวย
ไม่จริงใช่ไหม… เงินมันหล่นลงมาจากฟ้าได้จริงๆ เหรอเนี่ย!?