ราบ? ฉันว่าไอ้กิ๊บกระต่ายนั่นแหละ เป็นตัวต้นเหตุทำให้หลานชายฉันเสียสมาธิ จนเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง!” ยายเฒ่าชี้นิ้วมาทางซู่เป่าด้วยท่าทางขึงขัง
พูดจบเธอก็แค่นเสียงรำคาญใจ แล้วหันไปประคบประหงมหยางหยาง ถามไถ่ด้วยความห่วงใยว่าเจ็บตรงไหนไหม แล้วตะโกนเสียงดังว่าจะพาหลานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดจากฝ่ายซู่เป่า!
คุณยายซูโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม
นี่มันคนประเภทไหนกันเนี่ย! เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอ!
ซูอีเฉินเองก็สีหน้าทะมึนทึง หากคู่กรณีเป็นผู้ใหญ่ เขาคงแจ้งตำรวจจับเข้าคุกให้เข็ดหลาบไปแล้ว แต่นี่เป็นเด็ก ต่อให้แจ้งความไปก็ไม่ได้อะไร อย่างมากก็แค่โดนตำหนิและจ่ายค่าเสียหายไม่เท่าไหร่
ซึ่งตระกูลซูไม่เคยขาดแคลนเงินพวกนั้น!
ซูอีเฉินตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อจัดการขั้นเด็ดขาด…
เพียะ!!!
จู่ ๆ เสียงตบฉาดใหญ่ก็ดังสนั่นไปทั่วห้อง!
มู่กุยฝานยืนหน้านิ่งเฉย ฝ่ามือหนาของเขาฟาดเข้าใบหน้าของคุณยายเฒ่าอย่างจัง!
ทุกคนในห้องถึงกับชะงัก ครูฮวาอ้าปากค้างมองมู่กุยฝาน เธอไม่อยากเชื่อสายตา ในดวงตาของมู่กุยฝานไม่มีความลังเลแม้แต่นิด
สำหรับมู่กุยฝานแล้ว… กฎที่ว่าห้ามตีผู้หญิง เด็ก หรือคนแก่ ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของเขา
เขาสนใจแต่ความถูกต้องเท่านั้น!
ใครกล้ามาล้ำเส้น ต่อให้เป็นกระดูก เขายังกล้าหว่าน แล้วนับประสาอะไรกับการตบปากคนแก่ที่พูดจาไร้สาระเช่นนั้น
“คุณ… คุณกล้าตบฉันเหรอ!” หญิงชราตัวสั่