้สึกเหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังยืนอยู่ข้าง ๆ ฉัน!’
เอี๊ยด—
พื้นลั่นเสียงออกมาเพราะน้ำหนักของบางสิ่งที่อยู่ตรงนั้น
“ฮิฮิฮิ~”
มือของผมสั่นเทาเมื่อตระหนักได้ดังนั้น สัญชาตญาณสั่งให้ผมหันศีรษะไปตามเสียง แต่ผมต้านทานแรงยั่วยุนั้นได้อย่างหวุดหวิด เสียงหัวเราะขยับเข้ามากระชั้นชิดราวกับกระซิบใส่ใกล้ ๆ จนรู้สึกจั๊กจี้หู
ฝ่ามือกำรอบโทรศัพท์แน่น
“…ไม่มองเหรอคะ?”
น้ำเสียงนุ่มนวลและแผ่วเบากระซิบตรงข้างหู ร่างกายชะงักงันราวกับถูกแช่แข็งทุกสัดส่วน
จังหวะนั้นผมรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา แต่เมื่อดวงตาเหลือบไปทางสิ่งที่อยู่ข้างตัวเล็กน้อย ผมก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มาจากภาพวาด
ผมต้องใช้แรงใจทั้งหมดที่ตัวเองมีอยู่เพื่อตรึงสายตาไว้กับภาพวาด แต่เพียงแค่ครึ่งวินาทีที่ดวงตาของผมหันไปทางสิ่งนั้น
มันก็เกิดขึ้น
หญิงสาวในชุดขาวที่เคยนิ่งสนิทและดูห่างไกลก็เคลื่อนไหวฉับพลัน เธอพุ่งตัวเข้าหาผมด้วยความเร็วที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ มือของเธอยื่นออกมาหาผม ภาพวาดเริ่มบิดเบี้ยว โค้งงอตามรูปทรงของเรียวมือที่ยื่นออกมา
“….!?”
ผมอ้าปากพะงาบ ๆ เกือบจะเผ่นกายถอยหลัง แต่เพียงแค่ผมดึงสายตากลับมาที่ภาพวาด มือนั้นก็หยุดนิ่ง ลอยค้างห่างจากใบหน้าเพียงไม่กี่นิ้ว ทุกส่วนของร่างกายสั่นสะท้าน ติดตรึงอยู่กับที่ คลื่นแห่งความหวาดกลัวถาโ