ำเสียงเย็นชา “สิ่งที่เพิ่งสอนไปเมื่อกี้ จำได้บ้างหรือเปล่า?”
หานหานมองใบหน้าเคร่งขรึมของพี่ชาย แล้วรู้สึกว่าเขาน่ากลัวยิ่งกว่าพ่อของเธอเสียอีก เธอทำหน้าเศร้าสร้อยพร้อมกับตอบเสียงอ่อย “จำได้แล้วค่ะ…”
“จำได้หมดแล้วใช่ไหม?” ซูเหอเวิ่นยกยิ้มเย็น
“จำได้แล้วค่ะ! จำได้แม่นเลย!” หานหานซึ่งกำลังขวัญเสียรีบพยักหน้าหงึกหงัก
ซูเหอเวิ่นหรี่ตาลง “ดี ฉันจะทดสอบเธอ… ‘ทะเลแห่งการเรียนรู้ไร้ขอบเขต ต้องใช้ความพยายามเป็นเรือ’ ประโยคก่อนหน้าคืออะไร ลองท่องออกมาสิ”
เขาไม่ได้เรียกร้องให้เธอท่องยาวเหยียด ขอแค่สองประโยคสั้น ๆ ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์แล้ว
ซู่เป่ามองหานหานสลับกับพี่ชายคนรองพลางคิดในใจว่า
โอ้โห พี่ชายดุจังเลย!
หานหานสมองมึนงงไปหมด ประโยคก่อนหน้านี้มันคืออะไรนะ? เธอมองไปทางซู่เป่าเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ซู่เป่ารีบจ้องตรงไปข้างหน้าไม่กล้าขยับสายตา แต่แอบกระซิบใบ้คำเบา ๆ “ภูเขาแห่งหนังสือ…”
ซูเหอเวิ่นตวัดสายตาเข้มงวดมองมาที่น้องสาวตัวน้อย ซู่เป่าจึงรีบหุบปากฉับทันที
หานหานเบิกตากว้างพลางคิดในใจ
อะไรนะ? น้องพูดว่าอะไรนะ?
ซู่เป่าส่งสายตาตอบกลับไป
พี่สาวคิดสิคะ! รีบคิดเข้า!
หานหานเค้นสมองอย่างสุดความสามารถ ก่อนเอ่ยออกมาด้วยความระมัดระวัง “สวรรค์มีทางแต่คุณไม่เดิน ทะเลแห่งการเรียนรู้ไร้ขอบเขต ต้องใช้ความพยายามเป็นเรือ?”
ซู่เป่างงไปชั่วขณะ “จริง… จริงเหรอคะ?”
ความมั่วอย่างมั่นใจของหานหานประสบความสำเร็จในก