ั้นด้วย?
“ป้าคะ คอของป้า… เป็นอะไรหรือเปล่า?” ซู่เป่าหรี่ตามองซ้ำอีกครั้งด้วยความสงสัย
ในสายตาของซู่เป่า ขณะที่แม่บ้านคนนี้พยายามจะวิ่งหนี ร่างกายของเธอกลับทำงานไม่ประสานกัน ศีรษะบิดไปทางซ้ายแต่ขากลับพยายามถอยหลังไปทางขวา ราวกับว่า “จิตวิญญาณ” และ “ร่างกาย” เป็นคนละส่วนที่ยังปรับจูนกันไม่ติด
มู่กุยฝานก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างเงียบเชียบตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาหยิบมีดออกจากมือซู่เป่าอย่างด้วยความระมัดระวัง พลิกมีดกลับมาถือในท่าเตรียมพร้อม แล้วจ้องไปที่สาวใช้คนนั้น
“คุณชื่ออะไร?” น้ำเสียงของมู่กุยฝานเย็นเฉียบพ่วงมาด้วยรังสีอำมหิตบางเบาที่แผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว ประกอบกับมีดในมือ… ยิ่งส่งให้เขามีบรรยากาศเหมือนมัจจุราชที่กำลังสอบปากคำวิญญาณ
“ฉัน… ฉัน…” สาวใช้สั่นพะเยิบพูดติดอ่าง
มู่กุยฝานขมวดคิ้วมุ่น รังสีคุกคามยิ่งรุนแรงขึ้น ทว่าเสียงรถเข็นที่ใกล้เข้ามาช่วยขัดจังหวะไว้ก่อน
“ซูเฟิน เธอมาทำอะไรที่นี่?” คุณนายผู้เฒ่าซูเอ่ยถาม
ที่แท้สาวใช้คนนี้ชื่อ ซูเฟิน เป็นคนสวนและนักจัดดอกไม้ซึ่งคอยดูแลต้นไม้ดอกไม้ในคฤหาสน์ตระกูลซู ช่วงเดือนเมษายน ดอกไม้บานสะพรั่งทั่วสวน หน้าที่ของเธอคือตัดดอกไม้ไปจัดแจกันวางตามห้องต่าง ๆ
หญิงสาวใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะสงบอารมณ์ได้ เธอก้มหน้าตอบเสียงแผ่ว “ฉัน… ฉันกำลังตัดดอกไม้ค่ะ…”
คุณนายผู้เฒ่าซูไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะเห็นมีดทำครัวบินว่อนขนาดนั้น ใครไม่ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่