อก็แปลกแล้ว “ไปทำงานต่อเถอะ”
ซูเฟินพยักหน้าอย่างลี้ลน รีบกวาดดอกไม้บนพื้นเข้าตะกร้าแล้ววิ่งออกไปอย่างทุลักทุเล ฝีเท้าของเธอดูไม่มั่นคงเอาเสียเลย
“วันนี้ดูแปลก ๆ พิกล” คุณนายผู้เฒ่าซูพึมพำ ก่อนหันมาส่งค้อนวงใหญ่ให้ลูกเขย “หึ! ยังมีหน้ามาทำหน้านิ่งอีกนะนายมู่ อาวุธมีคมพวกนี้มันไม่มีตานะ ถ้าพลาดไปโดนซู่เป่าจะทำยังไง!”
มู่กุยฝานลูบจมูกตัวเองแก้เก้อ ไม่คิดเลยว่าระดับเขาจะมาโดนคนด่าเรื่องการใช้อาวุธพลาด…
ความจริงมีดในมือเขาน่ะ มันมีตายิ่งกว่าตาคนเสียอีก
“ซู่เป่า ไปข้างบนกับพี่ชายนะลูก” คุณนายผู้เฒ่าจูงมือหลานสาวออกไป
ซู่เป่าพยักหน้าพลางหันไปกำชับมู่กุยฝาน “คุณพ่อสู้ ๆ นะคะ! ตอนจัดการไก่กุ๊ก ๆ… ทำเบา ๆ หน่อยนะคะ”
มู่กุยฝานเกือบจะยื่นมือไปลูบหัวลูกสาวตามความเคยชิน แต่พอนึกได้ว่ามือตัวเองเปื้อนเลือดไก่อยู่ก็ชะงักไป “ขึ้นไปเถอะ ไม่ต้องห่วง พ่อจัดการเองได้”
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อใจในตัวคุณพ่อสุด ๆ แล้วเดินเตาะแตะตามหลังซูเหอเวิ่นขึ้นชั้นบนไป
คุณนายผู้เฒ่าซูมองตามแผ่นหลังหลานสาวพลางถอนหายใจยาว เธอหันไปกวักมือเรียกแม่บ้านอู๋ แล้วสั่งการด้วยเสียงกระซิบ “แม่บ้านอู๋… เธอไปเตรียมทำอาหารอย่างอื่นสำรองไว้ในครัวอีกฝั่งด้วยนะ”
เธอมองไปทางมู่กุยฝานที่กำลังง่วนอยู่กับการ “สู้รบ” กับมะเขือและไก่ด้วยท่าทางดุดันเกินเหตุ “ขืนรอฝากท้องไว้กับพ่อเทพสงครามคนเดียว มีหวังเที่ยงนี้พวกเราได้กิน ‘ซากไก่’ แ