ทนข้าวแน่ ๆ!”
*
ภายในห้องครัวอันกว้างขวาง ป้าอู๋แยกไปเตรียมวัตถุดิบอื่น ๆ อยู่อีกฝั่ง ส่วนมู่กุยฝานรับหน้าที่จัดการเมนูที่เหลือ
เขาเริ่มสังหารไก่อีกสองตัว สับหัวทิ้งแล้วแขวนไล่เลือด ทว่าตอนถอนขนนั้น… ด้วยความที่แรงเยอะเกินไป เขาจึงถอนกระชากจนหนังไก่หลุดออกมาเป็นแผ่น ๆ สภาพไก่ดูสยดสยองจนแทบกลายเป็น “ไก่ถลกหนัง” มากกว่าไก่ถอนขน
จนมาถึงคิวของเมนูที่ว่ากันว่าปราบเซียนที่สุด… มะเขือม้วน
มู่กุยฝานหยิบมะเขือยาวขึ้นมาจ้องพิจารณา เขามองไม่ออกเลยว่าไอ้มะเขือ นี่มันจะยากตรงไหน เขาจึงตัดสินใจใช้ทักษะดาบที่ฝึกฝนมาทั้งชีวิต ฟันมันออกเป็นสองซีกในดาบเดียว!
*
ชั้นบน
เจ้าเสี่ยวอู่ นั่งสัปหงกอยู่ริมหน้าต่าง นกแก้วก็ต้องมีการงีบกลางวันเหมือนกัน มันซุกจะงอยปากไว้ใต้ปีก หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง พยักหน้าขึ้นลงเป็นจังหวะเหมือนคนแก่กำลังโดนลมโชย
ซูเหอเวิ่น ค่อย ๆ ขยับเท้าเข้าไปช่องหน้าต่างอย่างระแวดระวัง ในมือถือกระจกเงาบานเล็กยื่นออกไปส่องดูลาดเลาก่อน เสี่ยวอู่ลืมตาขึ้นมองเขา พลางขยับหนีนิดหน่อย
เมื่อเห็นว่าผนังและเพดานด้านนอกไม่มีเงาของ “คุณป้ากอดหัว” แล้ว เขาจึงกล้าโผล่ออกไปดู
“แปลกจัง… มันหล่นไปที่ไหนนะ?” เขาเหยียดคอมองสำรวจลงไปยังสวนเบื้องล่าง พลางหยิบสมุดจดขึ้นมาคำนวณเส้นโค้งพาราโบลาอย่างจริงจังอีกครั้ง เพื่อหาจุดตกของศีรษะ ที่น้องสาวเขาเตะออกไปเหมือนลูกฟุตบอล!