!” ซูเหอเวิ่น รีบปรี่เข้ามาจูงมือน้องสาว
“ได้เลยค่ะ!” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักด้วยความร่าเริง พูดจบก็วิ่งปรู๊ดตามพี่ชายไปทันที สำหรับเด็กน้อยแล้ว ทั้งคุณตาคุณยาย คุณน้า และคุณพ่อ ล้วนเป็นคนดีด้วยกันทุกคน ดังนั้นพวกเขาต้องคุยกันอย่างสนุกสนานแน่นอน ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงเลยสักนิด!
มู่กุยฝานมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ซึ่งกำลังวิ่งขึ้นบันไป โดยมีนกแก้วตัวหนึ่งวิ่งกระเตาะกระแตะตามหลังไปติด ๆ ทั้งที่มันก็บินได้…
เขารู้สึกเหมือนถูกลูกสาวสุดที่รักทอดทิ้งไว้กลางดงศัตรูอย่างไรอย่างนั้น
เขากวาดสายตามองไปยังท่านผู้เฒ่าซู คุณนายผู้เฒ่า และบรรดาพี่น้องตระกูลซูที่นั่งเรียงราย…
การส่งซู่เป่าออกไปแบบนี้ คงเตรียมจะเปิดฉากสอบสวนเรื่องราวในอดีตสินะ ซึ่งเขาก็เข้าใจได้ เพราะ ซูจิ่นอวี้ คือลูกสาวที่เป็นดั่งดวงใจของบ้านนี้
หากเป็นเขาที่มีลูกสาวแล้วถูกไอ้หนุ่มที่ไหนไม่รู้มาฉกชิงไปแบบไม่ชัดเจน เขาคงโกรธแค้นยิ่งกว่านี้เป็นร้อยเท่า
มู่กุยฝานนั่งลงบนโซฟาอย่างมั่นคง แม้ดูเรียบร้อยแต่กลิ่นอายความดื้อรั้นไม่ยอมก้มหัวให้ใครยังคงแผ่ซ่าน “อยากถามอะไรก็ถามมาได้เลยครับ”
บททดสอบระดับนี้… เขาผ่านมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัว!
บนห้องนอนชั้นบน ซูเหอเวิ่นลากซู่เป่าเข้ามาเพื่ออวด “สิ่งประดิษฐ์” ที่เขาซุ่มทำมาหลายวัน
“ดูนี่สิ!” เขาหยิบกล้องวิดีโอดิจิทัลรุ่นล่าสุดขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจ
ซู่เป่ารับมาพลิกดูด้วยความงง ซูเหอเวิ่