้เธอไปฟาดหัวใครกัน!
อย่าสอนลูกสาวให้เป็นสายโหดนักเลยครับ!
อย่างไรก็ตาม วีรกรรม “ทุบอิฐโชว์ลุง” ในครั้งนี้ ทำให้ซู่เป่าสามารถครองใจบรรดาชายฉกรรจ์สายโหดได้อยู่หมัด ทุกคนต่างอยากอุ้มเธอไปพาเดินชมรอบคฤหาสน์
“ไม่มีงานมีการทำกันแล้วใช่ไหม?” มู่กุยฝานเอ่ยเสียงเย็น
ลูกสาวของเขาแท้ ๆ เขายังอุ้มได้ไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ!
คนพวกนี้มีสิทธิ์อะไรจะมาแย่ง?
ทุกคนจึงจำต้องแยกย้ายไปทำงานตามหน้าที่ของตนอย่างเสียไม่ได้
มู่กุยฝานช้อนร่างซู่เป่าขึ้นมาอุ้มไว้ “ไปกันเถอะ… ถึงเวลาที่พ่อต้องพาหนูกลับบ้านแล้ว”
“อื้ม ๆ ๆ!” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักอย่างร่าเริง
หนูอยากกลับไปกินกับข้าวฝีมือคุณย่าจะแย่แล้วล่ะค่ะ!
มู่กุยฝานเดินมุ่งหน้าไปยังรถออฟโรดคันเดิมตามความคุ้นชิน แต่จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาขมวดคิ้วพลางเอ่ย “เราเปลี่ยนคันกันดีกว่า พ่อไม่อยากนั่งคันนี้แล้ว”
ซู่เป่าเหลือบมองไปยังเบาะหลัง ซึ่งเห็นผีผู้หญิงคนเดิมนั่งกอดหัวรออยู่นานแล้ว เธอจึงถามด้วยความสงสัย “ทำไมล่ะคะคุณพ่อ?”
“มันไม่สะอาดน่ะลูก” มู่กุยฝานตอบเรียบ ๆ
ซู่เป่าทำหน้างุนงง รถคันนี้ออกจะสะอาดสะอ้าน หรือว่าที่คุณพ่อพูดว่าไม่สะอาด จะหมายถึงผีผู้หญิงตัวนั้น? แต่คุณพ่อมองไม่เห็นผีนี่นา…
ด้วยความสงสัย เด็กน้อยจึงขยับเข้าไปกระซิบข้างหูของมู่กุยฝานเบา ๆ “คุณพ่อคะ… หรือว่าคุณพ่อก็เห็นคุณป้าที่กอดหัวตัวเองอยู่ด้วยเหรอคะ?”
“อะไรนะลูก? กอดหัว?” มู่กุยฝานชะงักกึก
เข