ำลังใช้ความคิดอย่างหนักอยู่ข้าง ๆ
มู่กุยฝานผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร พูดอย่างไม่ใส่ใจ “ถ้าการใช้เหตุผลมันได้ผล ฉันก็คงไม่ลงมือแบบนี้หรอก”
สำหรับเขา ซู่เป่าคือยอดดวงใจของตระกูลซู และเธอก็คือลูกสาวเพียงคนเดียวของเขาด้วย เขาอยากพาเธอไปบ้านเกิดก่อนเป็นอันดับแรก
พาไปไหว้แท่นบูชาของคุณปู่และพ่อแม่… เพื่อบอกพวกท่านว่าไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ตอนนี้เขามีครอบครัวแล้ว มีลูกสาวที่น่ารักที่สุดในโลก และในชีวิตที่เหลือของเขาจะไม่มีคำว่าโดดเดี่ยวอีกต่อไป
หากต้องเดินตามขั้นตอนของตระกูลซู คงต้องผ่านการทดสอบ ผ่านช่วงปรับตัว และอีกสารพัดขั้นตอนซึ่งคงใช้เวลาอีกนานหลายวันแน่ ๆ
ฉะนั้น… ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะครับพี่เขย
มู่กุยฝานเผยยิ้มละมุนออกมาเล็กน้อย เขาหันไปมองซู่เป่าที่นั่งตาแป๋วอยู่ข้าง ๆ แล้วกำชับเสียงนุ่ม “นั่งให้ดี ๆ นะเจ้าตัวเล็ก”
เมื่อหวั่นเถาได้ยินประโยคนั้นผ่านหูฟัง เขาก็แทบกระโดดตัวลอยด้วยความตกใจ “ท่าน! นี่คุณจะให้เด็กน้อยนั่งเบาะหน้าข้างคนขับจริง ๆ เหรอครับ!?”
“อืมฮึ” มู่กุยฝานตอบรับในลำคออย่างไม่ยี่หระ
ในความคิดของเขา ถ้าไม่ให้นั่งข้างกันแล้วจะให้ไปนั่งที่ไหน? ในรถเขาก็ไม่มีคาร์ซีทสำหรับเด็กเสียด้วย หากให้ไปนั่งเบาะหลัง เขาก็มองไม่เห็นเด็กน้อย ยิ่งทำให้เขาไม่สบายใจเข้าไปใหญ่
ที่สำคัญ… เบาะหลังรถคันนี้เคยมีคนตายมาแล้ว เขาไม่มีวันยอมให้ลูกกสาวของเขาไปนั่งทับรอยเลือดพวกนั้นเด็ดขาด
หวั่นเถาหน้ากระตุก