ังคากระเบื้องสีเทาเขียวตัดกับคานประตูหน้าต่างไม้แกะสลักสีธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่ทั้งสง่างามและเคร่งครัดในเวลาเดียวกัน ซึ่งดูขัดกับบุคลิกดิบเถื่อนของมู่กุยฝานอย่างสิ้นเชิง
มู่กุยฝานดับเครื่องยนต์ก้าวลงจากรถ เขาเดินไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้วช้อนร่างซู่เป่าขึ้นมาแนบอกด้วยความทะนุถนอม จากนั้นจึงเปิดประตูหลังเพื่อหยิบป้ายวิญญาณไม้อันทรงเกียรติขึ้นมาถือไว้
ซู่เป่าซบหน้าลงบนไหล่กว้างของมู่กุยฝาน ดวงตากลมโตแอบจ้องมองเงาสีขาวที่ลอยตามมาทางด้านหลังอย่างลึกลับ
เงาร่างนั้นโอบกอดศีรษะตนเองไว้ เล็บสีแดงสดดุจดอกชบายาวเรียว ดวงตาเลื่อนลอยจ้องมองมาอย่างนิ่งงัน ซู่เป่าไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย เพียงแต่ตอนนี้อาจารย์ไม่อยู่ด้วย เธอจึงจำไม่ได้ว่าผีที่เห็นตรงหน้าคือชนิดใดกันแน่
“ท่านประมุข!” ทันทีที่ก้าวพ้นประตู ชายในชุดคลุมสีเทาเข้มก็ก้มศีรษะทำความเคารพนอบน้อม
“เอาไปไว้ในห้องโถงหลัก แขวนไว้ในตำแหน่งที่สมเกียรติที่สุด” มู่กุยฝานยื่นป้ายในมือให้คนคนนั้น
“รับทราบครับ” ชายชุดเทารับคำสั่งก่อนถอยออกไปดำเนินการ
ตลอดเส้นทางที่เดินผ่านระเบียงไม้คดเคี้ยว ซู่เป่ามองเห็นผู้คนสวมชุดคลุมสีเทายืนเวรยามอยู่ตามจุดต่าง ๆ แน่นหนา เด็กน้อยเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง รู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในละครทีวีที่เคยดู…
ถ้าจำไม่ผิด คำนี้เขาเรียกว่า ‘ข้ามภพ’ ใช่ไหมนะ?
ทุกสิ่งรอบกายช่างเหมือนหลุดมาจากยุคโบราณ พ่อตัวใหญ่คนนี้ด