็รีบปั้นหน้ายิ้มประจบ “ซู่เป่าช่างเป็นเด็กดีที่มีน้ำใจจริง ๆ! โถ… ลูก ทำไมไม่บอกก่อนล่ะ ว่าพ่อของลูกคือมู่กุยฝาน? ถ้าบอกกันก่อนหน้านี้ คุณทวดคงไม่ทำเรื่องให้มันสับสนวุ่นวายแบบนั้นหรอก”
คุณปู่มู่เองก็รีบส่งยิ้มอย่างร้อนรน “นั่นน่ะสิ นี่มันเหมือนน้ำใหญ่ไหลเข้าวัดแท้ ๆ คนในครอบครัวเดียวกันกลับจำกันไม่ได้เสียอย่างนั้น!”
ใบหน้าอันเย่อหยิ่งซึ่งเคยดูถูกเหยียดหยามผู้อื่นพินาศสิ้นไปแล้ว เวลานี้ทุกคนในตระกูลมู่ต่างพากันกุลีกุจอเอาอกเอาใจเด็กน้อยกันยกใหญ่ คุณนายผู้เฒ่ามู่ยิ้มแย้มพลางยื่นมือไปหาซู่เป่า “มาเถอะ หลานรักของคุณทวด มาให้คุณทวดกอดหน่อยเร็ว!”
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าเราจะมีเหลนโตขนาดนี้แล้ว ครอบครัวสี่รุ่นอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา นี่คือพรอันยิ่งใหญ่ของชีวิตเลยนะเนี่ย” คุณปู่มู่เสริมด้วยน้ำเสียงตื้นตันจนเกินงาม
พวกเขายิ้มกว้างให้ซู่เป่าด้วยความคาดหวัง อยากให้เด็กน้อยเรียกพวกเขาว่าคุณทวดชายคุณทวดหญิงโดยเร็วที่สุด… เพราะหากเธอเรียกเมื่อไหร่ เรื่องราวอัปยศในคืนนี้ก็จะถูกลบล้างไปทันที!
น่าเสียดายที่ซู่เป่าแทบไม่มองพวกเขาสักนิด เธอเพียงส่งเสียง “ฮึ” ในลำคอเบา ๆ แล้วสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น
“ซู่เป่าไม่ต้องการให้พวกคุณเป็นคุณทวดหรอกค่ะ!”
เด็กน้อยนับนิ้วพลางครุ่นคิดในใจอย่างละเอียด
คุณตากวนเคยบอกว่าหลานชายของมู่หมิงหยวน ชื่อมู่กุยฝาน และมู่กุยฝานก็คือพ่อของเธอ… พ่อของพ่อเรียกว่าปู่ ปู่ของพ่อก็คือคุณทวด