บทที่ 102 ใครจะมากล้าสั่งสอนลูกสาวแทนฉัน?
พ่อบ้านตระกูลมู่ยังคงประดับรอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า แต่มุมตากลับเชิดขึ้นอย่างถือดี สายตาที่มองคนรอบข้างเต็มไปด้วยความดูแคลน
ซูอีเฉินลอบยิ้มเย็นชาในใจ ตระกูลมู่ที่ใครต่อใครลือกันว่าถือตัวสูงส่ง บัดนี้เขาได้เห็นแจ้งกับตาตนเองแล้วว่ามันยอดแย่เพียงใด
“บ้านของพวกคุณแปลกจังเลยนะคะ ทั้งที่เชิญแขกมาอวยพรวันเกิด แต่กลับให้แขกนั่งตากลมอยู่ตรงประตู ซู่เป่าไม่เคยเห็นใครไร้มารยาทแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ” ซู่เป่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ทว่าบาดลึกคนฟัง
“เขาเรียกว่า ‘ไม่มีการอบรม’ ครับซู่เป่า” ซูอีเฉินเอ่ยแก้ประโยคให้หลานสาวเสียงเรียบ
“ใช่ค่ะ ซู่เป่าไม่เคยเห็นใครที่ไม่มีการอบรมแบบนี้มาก่อนเลย คุณลุงพ่อบ้านคะ… หนูว่าคนที่น่าอับอายขายหน้าคือพวกคุณมากกว่า ไม่ใช่ซู่เป่าสักหน่อย” เด็กน้อยพยักหน้าตามหงึกหงัก
แขกเหรื่อรอบข้างต่างพากันกระซิบกระซาบ หลายคนเริ่มรู้สึกคล้อยตามคำพูดของซู่เป่าขึ้นมาทันที ตระกูลมู่นี่วางท่า จนตาอยู่บนหน้าผากจริง ๆ แค่เค้กชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็ยังทำท่าทางตระหนี่ถี่เหนียว
แถมยังจัดแบ่งชนชั้นแขกเหรื่ออย่างน่าเกลียด หากไม่ใช่เพราะบารมีหลานชายเป็นถึงเทพสงคราม พวกเขาคงไม่ทนอยู่ให้เสียศักดิ์ศรีเช่นนี้ เมื่อได้ยินซู่เป่าพูดแทนใจจึงรู้สึกสะใจอยู่ลึก ๆ
พ่อบ้านตระกูลมู่สีหน้าเคร่งขรึมลง ก่อนที่จะทันได้เอ่ยปากด่าเด็กน้อย เขาก็เหลือบไปเห็นเวินหรูอวิ๋นที่ยืนอ