ยู่ด้านหลังเข้าพอดี
เขารีบเมินเฉยซูอีเฉินและซู่เป่าทันที ก่อนกรูเข้าไปต้อนรับด้วยท่าทางประจบประแจง “คุณนายซือ! คุณมาถึงแล้วหรือครับ เชิญด้านในเลยครับ ทางเราจัดที่นั่งพิเศษไว้ให้ท่านแล้ว!”
เวินหรูอวิ๋นหัวเราะหยัน “ตระกูลมู่ช่างยิ่งใหญ่เสียจริง แม้แต่ตระกูลซูที่เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของปักกิ่งก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตา ฉันเองก็คงไม่กล้าเข้าไปรับเกียรติข้างในหรอกค่ะ”
เธอโน้มตัวลงเช็ดปากให้ซู่เป่า พลางเอ่ยต่อเสียงเรียบ “ซู่เป่าและคุณซูนั่งตรงไหน พวกเราตระกูลซือก็จะนั่งตรงนั้นแหละค่ะ”
เห็นชัดว่าเวินหรูอวิ๋นตั้งใจออกโรงปกป้องซู่เป่าอย่างเต็มตัว
ส่วนซืออี้หรานเองก็ยืนตีหน้าขรึม แววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ขอโทษเพื่อนของผมเดี๋ยวนี้!”
ซืออี้หรานไม่ใช่คนที่มีเพื่อนมากนัก
ทว่านับตั้งแต่ซู่เป่าช่วยเรียกวิญญาณ และช่วยชีวิตเขาไว้
เขาก็ยกให้เด็กน้อยคนนี้เป็นเพื่อนคนสำคัญ… เพื่อนคนแรกของเขา ใครก็ห้ามมารังแกเด็ดขาด!
พ่อบ้านตระกูลมู่หน้าถอดสี ไม่คิดว่าตระกูลซือจะให้เกียรติและเข้าข้างตระกูลซูถึงเพียงนี้ เขาจึงจำใจฝืนยิ้มประจบเวินหรูอวิ๋น “เป็นความผิดของผมเองครับที่ดูแลไม่ทั่วถึง เชิญคุณนายเข้าไปพักผ่อนด้านในก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะจัดที่นั่งใหม่ให้กับแขกตระกูลซูเอง”
ในขณะที่กำลังเอ่ยปาก เขากลับแสร้งก้าวพลาดบังเอิญชนเข้ากับร่างของซู่เป่าอย่างจัง! ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และลงแรงอย่างจงใจ ทำให้เด็กน้อยที่ไม่ได้