แหน และล็อคกุญแจแน่นหนาทุกครั้งที่ออกจากบ้าน บัดนี้กลับสั่งให้นำออกมาวางโชว์ทั้งหมดเพื่อโอ้อวดบารมี เขาเอ่ยด้วยความปลาบปลื้ม “ย้ายมาอยู่เมืองหลวงได้ห้าปีแล้ว ปีนี้แหละที่ตระกูลมู่ของเราจะก้าวกระโดดขึ้นเป็นหนึ่ง!”
เทพสงครามแห่งประเทศหลง ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ หากเปรียบเป็นสมัยโบราณก็คือบุคคลที่แม้แต่จักรพรรดิยังต้องเกรงใจ…
บัดนี้คนผู้นั้นคือลูกหลานตระกูลมู่! หลังจากนี้ พวกเขาก็จะกลายเป็นตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งที่ไม่มีใครกล้าต่อกร
บัตรเชิญถูกส่งออกไปอย่างท่วมท้นถึงบรรดาเศรษฐี และบุคคลมีชื่อเสียงทั่วทั้งเมือง ใครที่พอจะเชิญได้ล้วนถูกส่งไปถึงมือ ตระกูลมู่ยิ้มกว้างหน้าบานด้วยความภาคภูมิใจ ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป ทุกคนต่างพากันส่งคำแสดงความยินดีล่วงหน้ากันไม่ขาดสาย
คุณนายเฒ่ามู่ถึงกับเชิดหน้าจนจมูกแทบชี้ฟ้า อะไรจะทำให้เธอหยิ่งยโสได้ปานนั้น จากที่เมื่อก่อนต้องคอยพึ่งพาเส้นสายผู้อื่น ทว่าตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองนั่นแหละคือเส้นสาย ซึ่งใคร ๆ ต่างก็ถวิลหา!
คุณตาซูได้รับบัตรเชิญจากตระกูลมู่ ขณะกำลังอ่านหนังสืออยู่ในสวนดอกไม้ โดยมีซู่เป่านั่งก้มหน้าก้มตาวาดรูปอยู่บนโต๊ะหินข้าง ๆ เมื่อเห็นแขกมาเยือน เด็กน้อยก็ทักทายอย่างมีมารยาทตามนิสัย “สวัสดีค่ะคุณลุง”
เพียงครู่เดียว เธอก็จำได้ว่าชายผู้นี้คือพ่อบ้านตระกูลมู่ที่เคยแสดงกิริยาไม่ดีต่อคุณลุงใหญ่เมื่อวันก่อน ทันทีที่นึกออก เธอก็สะบัดหน้าหนีแล้วว