ยซ้ำสองด้วยน้ำมือลูกชายตนเอง…
“ถึงคุณยายจะเป็นคนดี แต่เรื่องที่ทำให้หนูตกใจก่อนหน้านี้ หนูอดทนมานานแล้วนะ!” ซู่เป่าหยุดคิดครู่หนึ่งจึงแสร้งทำเสียงดุ
พูดจบ ซู่เป่าก็แผ่รังสีข่มขวัญออกมาเล็กน้อยจนคุณยายถังถึงกับสะดุ้ง ครู่ต่อมาหญิงชราก็หลุดขำพลางกล่าวขอโทษ “ยายขอโทษจ้ะ ต่อไปจะไม่ทำให้ใครตกใจอีกแล้ว!”
จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเด็กน้อยคนนี้คือยมทูตตัวน้อย… นอกจากดั้นด้นมาหาเธอแล้ว ดวงวิญญาณเร่ร่อนอย่างเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ
“ยายขอพูดจาสั่งเสียกับลูกชายสักหน่อยได้ไหม?” คุณยายถังถอนหายใจยาวก่อนเอ่ย
ซู่เป่ามีสีหน้าลำบากใจ ทว่าจี้ฉางกลับเลิกคิ้วขึ้นนึกสนุกบางอย่าง
“มานี่ซู่เป่า อาจารย์จะสอนวิชาเด็ดให้เธออีกอย่าง! วิชามนุษย์สื่อวิญญาณ ยันต์นี้สามารถเปิดทวารให้ผีสวมร่างสื่อสารผ่านคนเป็นได้”
ซู่เป่าชะงักไปครู่หนึ่ง “นี่คือความหมายของคำว่า ‘พูดจาเหลวไหล’ หรือเปล่าคะ?”
“…ถ้าเธอจะเข้าใจแบบนั้น ก็ไม่ผิดนักหรอก”
“รับทราบค่ะ” เด็กน้อยพยักหน้าเข้าใจ
ชวี่เซี่ยงมองดูซู่เป่าซึ่งพึมพำกับตัวเอง ก่อนถามซูอีเฉินด้วยความกังวล “คุณซูครับ… คุณหนูเป็นแบบนี้บ่อยหรือครับ?”
“เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับคนอื่นอยู่น่ะ” ซูอีเฉินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“น้องสาวมีหูฟังไร้สายขนาดจิ๋วติดอยู่ในหูครับ” ซูเหอเวิ่นช่วยเสริมอย่างลื่นไหล
สองพ่อลูกตระกูลซูปั้นน้ำเป็นตัวได้อย่างหน้าตาเฉย ชวี่เซี่ยงได้แต่ทำหน้าอึ้ง
อ๋อ… เป็นอย่า