น ทุกคนพากันเลี่ยงออกมาอยู่ด้านนอก ปล่อยให้ถังเถียนเถียนได้อยู่กับแม่ตามลำพัง
ภายในห้องนั้น ธงเรียกวิญญาณยังคงพลิ้วไหวตามลม แผ่นยันต์บนผนังส่งเสียงสวบสาบชวนขนลุก หญิงชราที่ฟื้นขึ้นมานั่งก้มหน้า สองมือนิ่งสนิทอยู่ข้างลำตัว
“ลูกน้อยของแม่…” เธอเอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ
คำว่า “ลูกน้อย” เป็นคำเรียกขานที่แม่มักใช้เรียกลูกคนสุดท้องด้วยความรักใคร่ในท้องถิ่นนั้น เมื่อเสียงสั่นพร่าของคุณยายดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศวังเวง มันจึงฟังดูทั้งโศกเศร้า และน่าสะพรึงกลัวในคราวเดียวกัน
“แม่ครับ?” ถังเถียนเถียนเรียกเสียงสั่น
คุณยายถังยังคงก้มหน้า เพราะร่างกายขยับไม่ถนัดนัก เสียงของเธอจึงฟังดูอู้อี้ “แม่จะไปแล้วนะ อย่าพยายามรั้งแม่ไว้อีกเลย… ความเป็นความตายนั้นล้วนเป็นโชคชะตา แม่ภูมิใจในตัวลูกมากแล้ว”
“แม่ครับ…” ถังเถียนเถียนขอบตาแดงก่ำ
“จำไว้นะ หลังจากนี้มีเรื่องหนึ่งที่ลูกต้องสืบให้ได้… จงตามหาเด็กชายแซ่มู่ที่เคยมาอาศัยอยู่บ้านเราตอนลูกยังเล็ก!” คุณยายถังเอ่ยกำชับทิ้งท้าย
ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีตผุดขึ้นชัดเจนในห้วงคำนึงสุดท้ายของคุณยายถัง เด็กชายคนนั้นซึ่งครอบครัวถัง เคยหยิบยื่นความช่วยเหลือให้พักพิงอยู่ชั่วระยะหนึ่ง… มีเค้าโครงใบหน้าคล้ายคลึงกับซู่เป่าในยามนี้อยู่หลายส่วน
“บางทีนั่นอาจเป็นพ่อของซู่เป่า… สิบกว่าปีก่อนเขาอายุเจ็ดขวบ ตอนนี้ก็น่าจะอายุราว ๆ ยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปี ซึ่งตรงกับข้อมูลที่คุณลุงกวนบอ