น้าตาประหลาดกลับมีสีหน้ากลัดกลุ้มขึ้นมาเสียเฉย ๆ จนจี้ฉางต้องเอ่ยถาม “เป็นอะไร?”
“แล้วถ้าพี่ชายยังอ่านหนังสืออยู่ล่ะคะ?” ซู่เป่ากระซิบตอบเสียงเบา
การรบกวนผู้อื่นเป็นเรื่องไม่ดี เธอรู้ดีว่ามันน่ารำคาญเพียงใด
“แล้วทำไมเจ้าไม่ให้ป้าหน้าเหวี่ยงเข้าไปสอดแนมดูก่อนล่ะ?” จี้ฉางเสนอแนะ
ดวงตาของซู่เป่าพลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที!
นั่นสินะ! ป้าหน้าเหวี่ยงเป็นผี สามารถทะลุผ่านกำแพงได้นี่นา!
ซู่เป่าไม่รอช้า ยื่นมือไปดึงวิญญาณหญิงสาวออกมาจากน้ำเต้าอาคมทันที
“ป้าขา!” ซู่เป่ามีท่าทางพินอบพิเทาเวลาจะขอร้องคน… อ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าขอร้องผีต่างหาก
“ป้าหน้าเหวี่ยงช่วยแอบไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ ว่าพี่ชายกำลังทำอะไรอยู่?” เธอเอ่ยด้วยความจริงใจสุดซึ้ง
วิญญาณสาวทำหน้าตาราวกับคนไร้ซึ่งความหวังในชีวิต
ก่อนจะสั่งงานฉัน… ช่วยตัดคำว่า ป้าหน้าเหวี่ยง ออกไปก่อนได้ไหม?
เรียกว่า ‘ผีบ้า’ ยังจะฟังสบายใจเสียกว่าอีก!
ผีสาวพึมพำกับตัวเองด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนยอมลอยทะลุกำแพงเข้าไปภายในห้อง เธอไม่พบร่างของซูเหอเวิ่นที่โต๊ะเขียนหนังสือ จึงตามรอยเข้าไปในห้องน้ำแทน
เมื่อทะลุประตูห้องน้ำเข้าไป ก็พบกับซูเหอเวิ่นกำลังนั่งอยู่บนโถส้วม ในมือนั้นถือหนังสือคณิตศาสตร์เล่มหนาปึก แม้แต่ยามขับถ่าย ใบหน้าของเขาก็ยังดูเคร่งขรึมจริงจังประหนึ่งกำลังคำนวณเรื่องคอขาดบาดตาย
ทันใดนั้น ผีสาวก็ต้องอุทานออกมาด้วยความลืมตัว
เงาสะท้อนในกระจกห้องน้