ขาพลันสะดุดกึก เดิมทีนึกว่าน้องสาวจะเบะปากร้องไห้เสียอีก ทว่ารอยยิ้มสดใสที่ได้รับโดยไม่ทันตั้งตัวนั้นกลับทำให้จังหวะการวางมาดของเขาพังพินาศไม่เป็นท่า
“เอา… เอาน้ำนั่นมา” เขากระแอมเบา ๆ เพื่อแก้เก้อ
ซู่เป่าดีใจจนเนื้อเต้น รีบส่งแก้วน้ำผลไม้ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดให้พี่ชายทันที
ซูเหอเวิ่นรับมาพลางเอ่ยขอบใจ ท่ามกลางเสียงตอบกลับอันหวานหูของเด็กน้อยว่า “ไม่เป็นไรค่ะ!”
เด็กชายแสร้งยกแก้วขึ้นดื่มเพื่อตัดบท เพียงแค่น้ำไหลเข้าปากเขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น
น้ำส้ม?!
เขารังเกียจน้ำส้มที่สุดในชีวิต!
แต่เมื่อมองผ่านก้นแก้วไปเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของซู่เป่าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ร่างกายกลับทรยศความรู้สึก ปากที่ไม่รักดีจำต้องกลืนน้ำส้มรสเปรี้ยวอมหวานนั้นลงคอจนหมดสิ้นในคราวเดียว
เห็นพี่ชายดื่มจนหมดแก้ว ซู่เป่าก็ยิ้มแก้มปริ
“พี่ชายบ๊ายบายนะคะ!” เธอหมุนตัววิ่งกระโดดโลดเต้นจากไปอย่างร่าเริง
ซูเหอเวิ่นมองแก้วเปล่าในมือสลับกับแผ่นหลังเล็กหายลับไปพลางรู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล…
เหมือนเขาจะถูกยัยเด็กนี่หลอกเอาอย่างไรก็ไม่รู้
“ฮึ”
สะบัดหน้าแล้วปิดประตูห้องดังปัง
สำหรับเขาแล้ว การดื่มน้ำผลไม้แก้วนี้ถือเป็นการล้างหนี้ที่ทำน้ำหกใส่เธอจนหมดสิ้นแล้ว ส่วนเรื่องที่จะให้เขาพาไปโรงเรียนน่ะ… ฝันไปเถอะ ไม่มีวันเสียหรอก!
ยามค่ำคืน
หลังจากมื้อค่ำผ่านพ้นไป ซู่เป่าก็มายืนอยู่หน้าห้องของซูเหอเวิ่นอีกครั้ง
คราวนี้เจ้าตัวน้อย แม้ชอบทำห