นดับหนึ่งได้สำเร็จอยู่แล้ว ซึ่งโจทย์ระดับนี้พวกเด็กโตมัธยมต้นเพิ่งได้เรียนกันด้วยซ้ำ แต่เขามั่นใจว่าเขาทำได้…
ถ้าหากไม่ถูกซู่เป่ามาขัดจังหวะอยู่แบบนี้!
ซู่เป่าชะงักกึก เธอเริ่มตระหนักแล้วว่าตนเองกำลังทำให้พี่ชายโมโห
“พี่ชาย… ดื่มน้ำผลไม้ก่อนนะคะ…” เด็กน้อยถือน้ำผลไม้ยื่นให้พลางเอ่ยเสียงอ่อย
“ฉันไม่ดื่ม! เลิกยุ่งกับฉันสักทีได้ไหม!?” ซูเหอเวิ่นผลักแก้วน้ำผลไม้ออกอย่างโมโห พลางดุเสียงดัง
น้ำผลไม้เต็มแก้วกระฉอกออกมาทันที ของเหลวกระจายเปียกเปื้อนไปตามเสื้อผ้าของซู่เป่าจนชุ่มไปทั้งตัว
ร่างของซูเหอเวิ่นพลันแข็งทื่อ
รอยยิ้มสดใสที่เคยประดับบนใบหน้าของซู่เป่าค่อย ๆ จางหายไป เธอหลุบตาลงมองสภาพตัวเองก่อนเอ่ยแผ่วเบา “ซู่เป่าขอโทษนะคะพี่ชาย…”
ซู่เป่าประคองแก้วน้ำผลไม้ที่เกือบว่างเปล่าหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ
เด็กน้อยบอกตัวเองว่าเป็นความผิดของเธอเองที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่ควรรบกวนพี่ชายยามเขากำลังใช้สมาธิอ่านหนังสือเช่นนี้
งั้น… งั้นรอให้ถึงตอนกลางคืน เมื่อพี่ชายทำธุระเสร็จแล้วค่อยมาถามเขาใหม่ดีไหมนะ?
เมื่อเห็นร่างเล็ก ๆ เดินคอตกจากไปท่าทางหมดอาลัยตายอยาก ซูเหอเวิ่นกลับรู้สึกรำคาญใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ร้องไห้เหรอ? ยัยเด็กนี่ช่างน่ารำคาญจริง ๆ!
“กลับมานี่” เขาเอ่ยเรียกเสียงเรียบ
“พี่ชายเรียกซู่เป่าเหรอคะ?” ซู่เป่ารีบหันขวับกลับมาทันควัน ใบหน้าจิ้มลิ้มฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
จังหวะการหายใจของเ