ียังไงมาปฏิบัติกับศิษย์ของข้าแบบนี้!?
“ซู่เป่า ไปหาคุณยายของเธอเสียสิ บอกคุณยายคำเดียว รับรองว่าซูเหอเวิ่นต้องพาไปแน่นอน”
“ไม่ได้ค่ะ! เรื่องของเด็ก ก็ต้องให้เด็กจัดการกันเองสิคะ” ซู่เป่ากลับส่ายหน้าปฏิเสธ “พวกเราไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วนะ!”
“การชอบฟ้องผู้ใหญ่น่ะ… มันดูเด็กเกินไปค่ะ”
นับตั้งแต่ก้าวผ่านวัยสามขวบจนถึงวันเกิดปีที่สี่ เจ้าตัวน้อยดูมีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้นมหาศาล และมักหยิบประโยค ‘ไม่ใช่เด็กสามขวบ’ มาพูดอ้างอยู่บ่อยครั้ง
“แล้วจะทำอย่างไรต่อ? ซูเหอเวิ่นไม่ใช่คนที่จะยอมคนอื่นง่าย ๆ เสียด้วย” จี้ฉางหัวเราะแห้ง ๆ
ดูท่าซู่เป่าจะไม่ยอมแพ้โดยง่าย เธอวิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อไปรินน้ำผลไม้ใส่แก้ว แล้วค่อย ๆ เดินประคองขึ้นบันไดมาอย่างระมัดระวัง
คุณยายซูเพิ่งเดินออกมาจากสวนในคฤหาสน์เห็นหลานสาวตัวน้อยถือของพะรุงพะรังจึงรีบวิ่งตามมาถาม “ซู่เป่า ให้ยายช่วยถือไหมลูก?”
“ไม่ต้องค่ะคุณยาย! เรื่องของเด็ก ๆ คุณยายอย่าเข้ามายุ่งเลยนะคะ!” เสียงใส ๆ ของซู่เป่าดังตอบกลับมาทันที
คุณยายซูได้แต่ยืนนิ่งค้าง…
นี่ฉันเป็นใคร… ฉันอยู่ที่ไหน… แล้วฉันกำลังทำอะไรอยู่กันแน่…
ซู่เป่าประคองแก้วน้ำผลไม้ขึ้นบันไดไปจนถึงหน้าห้องซูเหอเวิ่น แล้วลงมือเคาะประตูอีกครั้ง
คราวนี้เธอต้องรออยู่พักใหญ่ ก่อนประตูถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมเสียงตวาดลั่น
“เธอต้องการอะไรกันแน่!?”
ซูเหอเวิ่นหัวเสียอย่างหนัก เขาเกือบแก้สมการฟังก์ชันอั