ากระดาษเพื่อหาคำตอบถูกต้องให้เธอ
แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ เด็กน้อยจำได้เพียงแค่คำว่า หนึ่งถัง! เท่านั้น!
‘หนึ่งถังเหล็กค่ะ!’ เธอตอบชัดถ้อยชัดคำโดยไม่บอกด้วยซ้ำว่าเท่าไหร่!
“พี่ชายคะ… พรุ่งนี้ตอนพี่ไปโรงเรียน พาซู่เป่าไปด้วยได้ไหม?” ซู่เป่าอุ้มตุ๊กตากระต่ายไว้ในอ้อมอก จ้องมองซูเหอเวิ่นด้วยแววตาคาดหวัง
“ไม่ได้” ใบหน้าของซูเหอเวิ่นยังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์ การจะให้เขาหิ้วกระเตงเธอไปโรงเรียนด้วยนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ เขายิ่งเกลียดพวกเดินตามต้อย ๆ เป็นที่สุด อีกอย่างเขายังต้องเข้าเรียน ใครจะมีเวลามานั่งดูแลเธอกัน
“แต่ว่า…” ซู่เป่าเบิกตากว้าง พยายามทำหน้าน่าสงสารสุดชีวิต
“ไปเล่นข้างนอกไป อย่ามากวนสมาธิฉัน” ซูเหอเวิ่นเริ่มหมดความอดทนจึงดันตัวน้องสาวออกไปพ้นประตูอย่างหงุดหงิด พูดจบเขาก็ปิดประตูดัง ปัง!
ซู่เป่ายืนนิ่งจ้องมองบานประตูสูงตระหง่านที่ปิดสนิท ก่อนลอบทอดถอนใจ “เฮ้อ~”
ต้องเป็นเพราะเธอยังน่ารักไม่พอแน่ ๆ เลย…
อืม… งั้นกลับไปเปลี่ยนชุดใหม่แล้วค่อยมาลองอีกที!
เด็กน้อยวิ่งตุบตับกลับห้องไปเปลี่ยนเป็นกระโปรงฟูฟ่องลายสตรอเบอร์รี่สุดน่ารัก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“พี่ชาย…”
ปัง!
คราวนี้ซู่เป่ายังไม่ทันได้อ้าปากพูดแม้แต่คำเดียว ซูเหอเวิ่นก็ปิดประตูใส่หน้าเธอเสียแล้ว จี้ฉางที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์วุ่นวายอยู่ตั้งแต่ต้นลอบหัวเราะอย่างนึกสนุก แต่พอเห็นศิษย์รักถูกไล่ออกมาถึงสองครั้งสองคราว เขาก็เริ่มทนไม่ไหว
กล้าด