สดงท่าทีเคารพนับถืออาจารย์หยุนด้วยใจจริง จึงรีบฉวยโอกาสนี้สืบหาข้อมูลเพิ่มเติม
ครั้นคุยกันไปได้ครู่ใหญ่ คุณแม่ของเสวี่ยเอ๋อร์จึงหาจังหวะถามขึ้น
“พวกเราพอจะขอไปเยี่ยมคุณชายน้อยซือได้ไหมคะ? เมื่อวานเห็นเขาเลือดเต็มหน้า เสวี่ยเอ๋อร์เป็นห่วงมาตลอด บอกว่าต้องเห็นกับตาว่าคุณชายน้อยไม่เป็นอะไรถึงจะวางใจได้ ฉันเองก็ทัดทานเธอไม่ได้จริง ๆ …”
“ได้สิ แน่นอน” คุณหญิงเฒ่าซือยิ่งพยักหน้าด้วยความพอใจ
ในเมื่อเธอเป็นนายใหญ่ของบ้านหลังนี้ เรื่องแค่นี้มีหรือจะห้ามได้?
“เสวี่ยเอ๋อร์ช่างมีน้ำใจ เป็นเด็กน่ารักจริง ๆ !” หญิงชราเดินพาทุกคนขึ้นบันได พลางบุ้ยปากพูดชม
เด็กสาวคนนี้ดีนะ ดีจริง ๆ เหมาะจะเป็นตัวเลือกหลานสะใภ้ได้เลยล่ะ อืม!
คุณย่าซือเริ่มคิดจริงจัง พ่อแม่เสวี่ยเอ๋อร์ก็มองออกเช่นกัน ใจแทบลอยด้วยความยินดี
หากถูกคุณย่าซือหมายตา ครอบครัวพวกเขาย่อมมีอนาคตสดใสแน่นอน!
ครอบครัวหลานยิ่งแสดงท่าทีประจบเอาใจ แม่เสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับโค้งตัวเล็กน้อย ยิ้มแย้มพยุงหญิงชราขึ้นบันได
ทว่าในจังหวะนั้นเอง กลับมีคนรับใช้กลุ่มหนึ่งกำลังลากกระเป๋าเดินทางหลายใบออกมา
คุณหญิงเฒ่าซือรู้สึกว่ากระเป๋าเหล่านั้นดูคุ้นตาพิกล แต่เธอยังไม่เฉลียวใจเลยสักนิดว่าจะถูกขับไล่ จึงขมวดคิ้วถามเสียงเขียว “พวกแกกำลังทำอะไรกัน?”
“คุณผู้หญิงครับ คุณชายสั่งให้ผมส่งท่านกลับไปบ้านเกิด…” หัวหน้าคนรับใช้มีสีหน้าลำบากใจ
“แกพูดว่าอะไรนะ!?” คุณหญิงเฒ่าซือแ