าตญาณพลางเอ่ยเตือน “วิ่งช้า ๆ หน่อย”
“คุณลุงใหญ่ ซู่เป่าพร้อมแล้วนะคะ!”
ซูอีเฉินมองดูเวลาก่อนจะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
วันนี้คุณตาและคุณยายซูไปทำกายภาพบำบัดที่ศูนย์ฟื้นฟู ก่อนออกจากบ้านพวกท่านกำชับไว้ว่าซู่เป่าน่าจะตื่นเองราว ๆ ประมาณเก้าโมงเช้า
ทว่าตอนนี้เพิ่งแปดโมงเท่านั้นเอง
“ไปกินอาหารเช้ากันเถอะ”
ซูอีเฉินสั่งให้แม่บ้านอู๋จัดอาหารเช้า ส่วนตัวเขาหยิบโน้ตบุ๊กมานั่งเป็นเพื่อนหลานสาวที่ห้องอาหาร
“แผนงานไตรมาสสองล่ะ?” เขาเอ่ยถามคนในคอมพิวเตอร์ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
แต่มือกลับกำลังตั้งหน้าตั้งตาปอกไข่ต้ม…
“ตอนเช้าต้องกินไข่นะครับ” เขาวางไข่ที่ปอกเสร็จเรียบร้อยลงในชามของซู่เป่า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เหล่าผู้บริหารระดับสูงของเครือตระกูลซูที่ร่วมประชุมอยู่ถึงกับตะลึงค้าง
ว้าว! เจ้านายปีศาจปอกไข่เป็นด้วย! แถมน้ำเสียงยังนุ่มนวลขนาดนั้นอีก?!
แผนไตรมาสสองอะไรนั่น พวกเขาช็อกจนลืมข้อมูลไปหมดสิ้นแล้ว
ซูอีเฉินเงยหน้าขึ้นเห็นคนในวิดีโอพากันเงียบกริบ เขาจึงทำหน้าเคร่งขรึมแล้วถามเสียงเข้ม “ใบ้กินกันหมดแล้วหรือไง?”
บรรดาผู้บริหารจึงรีบละล่ำละลักรายงานแผนงานอย่างรนราน…
ไม่นานนักซู่เป่าก็อิ่มพอดี ส่วนซูอีเฉินก็จบการประชุมได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
“ไปกันเถอะ” ซูอีเฉินจูงมือซู่เป่าเดินออกไป
ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย เวลาพาลูกหลานออกนอกบ้านมักไม่ค่อยตรวจตราความเรียบร้อยเท่าไรนัก
ซู่เป่าจึงเดินออกจากบ้านไปด้ว