บทที่ 48 มุ่งหน้าสู่บ้านตระกูลซูเพื่อช่วยอี้หรานร่างของเด็กชายถูกเข็นออกมาจากห้องฉุกเฉินช้า ๆ ใบหน้าของเขาดำคล้ำจนน่าใจหาย แก้มทั้งสองข้างตอบลงไปจนเห็นโครงกระดูก ดูซูบผอมจนไม่เหลือเค้าเดิมของเด็กชายวัยหกเจ็ดขวบเลยสักนิด
“อี้หราน… แม่จะพาลูกกลับบ้านนะ” เวินหรูอวิ๋นกลืนก้อนความสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก
ในเมื่อปาฏิหาริย์ไม่มีจริงเธอก็ไม่อยากฝืนอีกต่อไป หัวใจของคนเป็นแม่แทบสลายเมื่อเห็นลูกชายตัวน้อยต้องนอนเดียวดายท่ามกลางสายท่อระโยงระยางที่พันเกี่ยวกายอยู่ในห้องฉุกเฉิน ช่างเป็นภาพที่ทรมานใจเหลือเกิน
ขบวนรถเริ่มเคลื่อนตัวออกไป ทว่ารถของซือเยี่ยกลับเลี้ยวโค้งมุ่งตรงไปยังเส้นทางมุ่งสู่คฤหาสน์ตระกูลซูแทนเป็นบ้านของตนเอง
เวินหรูอวิ๋นที่นวลหน้าซีดเซียวเอาแต่กอดร่างของซืออี้หรานไว้แนบกาย เธอไม่ได้สนใจเลยว่ารถกำลังแล่นไปทิศทางใด
จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ซือเยี่ยกดรับสายผ่านระบบบลูทูธ ทันใดนั้น เสียงเต็มไปด้วยโทสะของคุณหญิงเฒ่าตระกูลซือก็แผดลั่นมาตามสาย
“อาเยี่ย! แกพาอี้หรานไปไหน?!”
“หมอบอกว่าช่วยอี้หรานไม่ได้แล้วครับ ผมเลยจะพาเขาไปหาตระกูลซู” ซือเยี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาตัดสินใจเล่าสิ่งที่ซู่เป่าได้กำชับไว้เมื่อวานนี้ให้ฟัง
คุณหญิงเฒ่าตระกูลซือ หรือย่าของซืออี้หราน เป็นคนชราที่ค่อนข้างยึดมั่นและเลื่อมใสในเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าแม้จะทานข้าวสักมื้อก็ต้อง