ดูฤกษ์ดูยามเพื่อความเป็นมงคล
หลังจากฟังเหตุผลของลูกชาย เธอกลับยิ่งโกรธเคืองหนักกว่าเดิม
“ไปหาเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะมีประโยชน์อะไร! เด็กเพียงแค่นั้นจะไปรู้อะไรกัน? ฉันเชิญท่านอาจารย์ใหญ่มารอที่บ้านแล้ว รีบพาอี้หรานกลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”
ซือเยี่ยขมวดคิ้วมุ่น ที่ผ่านมาผู้เป็นแม่มักเสาะหาอาจารย์ใหญ่มามากมาย ทว่าสุดท้ายคนเหล่านั้นล้วนเป็นพวกสิบแปดมงกุฎที่จ้องหลอกลวงเงินทองทั้งสิ้น
“ไม่จำเป็นแล้วครับ” ซือเยี่ยเอ่ยตัดบท
เสียงของคุณหญิงเฒ่าดังรอดออกมาจนเวินหรูอวิ๋นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
“อะไรคือไม่จำเป็น! ฉันบอกให้แกกลับมาได้ยินไหม! คราวนี้คนที่ฉันเชิญมาคือท่านอาจารย์หยุน… แกรู้ไหมว่าท่านอาจารย์หยุนคือใคร? คนอื่นไปอ้อนวอนถึงหน้าประตูยังพบไม่ได้เลย ท่านน่ะบรรลุธรรมเป็นเซียนไปแล้วเข้าใจไหม! ท่านอาจารย์เก่งกาจขนาดนี้แกไม่เชื่อ แต่กลับไปเชื่อเด็กผู้หญิงตัวกะเปี๊ยกนั่น!”
“วางสายก่อนนะครับ” ซือเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
สิ้นคำเขาก็กดตัดสายทิ้งทันที
“พวกเรากำลังจะไปหาซู่เป่าจริง ๆ ใช่ไหม?” เวินหรูอวิ๋นกระชับอ้อมกอดที่อุ้มซืออี้หรานไว้แน่นพลางถามด้วยความลังเล เรื่องหลานสาวตัวน้อยของตระกูลซูที่เพิ่งถูกรับตัวกลับมานั้น เธอก็พอได้ยินเรื่องราวผ่านหูมาบ้าง
ซือเยี่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจ “คุณเชื่อคำพูดของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นไหม?”
หากเธอบอกว่าไม่เชื่อ… เขาก็พร้อมจะหักพวงมาลัยเลี้ยวรถก