ลับเพื่อพายี่หรานกลับไปพักที่บ้าน
ทว่าผิดคาด เมื่อภรรยากลับตอบหนักแน่น “ฉันเชื่อ!”
อาจเป็นเพราะเด็กน้อยคนนั้นเป็นคนแบกลูกชายเธอออกมาจากป่า
และอาจเป็นเพราะเมื่อวานนี้ ในยามที่อาการของอี้หรานยังดูปกติ ไม่มีทีท่าว่าจะทรุดหนักลง ซู่เป่ากลับกำชับไว้ล่วงหน้าว่าหากเขายังไม่ฟื้นให้รีบไปหาเธอ…
**
อีกด้านหนึ่ง คุณหญิงเฒ่าตระกูลซือวางสายโทรศัพท์ด้วยโทสะจนแทบจะกระอักเลือดออกมา
“ท่านอาจารย์หยุนคะ ท่านพอจะ… เดินทางไปบ้านตระกูลซูกับดิฉันสักหน่อยได้ไหมคะ?”
ข้างกายของคุณหญิงเฒ่า มีนักพรตผู้หนึ่งนั่งหลับตาพริ้มเพื่อพักจิต เขามีคิ้วที่ยาวระย้าล่วงเลยเคราลงมาเสียอีก เมื่อได้ยินคำขอ เขาก็ลืมตาขึ้นพลางตอบด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง
“โดยปกติแล้ว อาตมามิชอบข้องเกี่ยวกับเรื่องทางโลก การยอมมาเยือนบ้านโยมครั้งนี้ก็นับว่าละเว้นเป็นกรณีพิเศษแล้ว…”
คุณหญิงเฒ่าพยักหน้าเลื่อมใสศรัทธา
“ใช่ค่ะ ๆ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของลูกชายอกตัญญูของดิฉันเอง! เขาถึงกับไปหวังพึ่งเด็กผู้หญิงตัวกะเปี๊ยกคนหนึ่ง!”
เธอเล่าเรื่องที่ซือเยี่ยเพิ่งแจ้งมาด้วยความร้อนใจและจนปัญญา ทั้งยังเอ่ยอ้างถึงเรื่องการบริจาคเพื่อบูรณะอารามของท่านอาจารย์เพื่อเป็นการสร้างกุศล…
“ก็ได้ เห็นแก่ที่โยมและอาตมามีวาสนาต่อกัน อาตมาจะยอมไปดูสักหน่อย ดูซิว่าเด็กเมื่อวานซืนคนไหนกันที่บังอาจพูดจาหลอกลวงลบหลู่!” ท่านอาจารย์หยุนจึงเอ่ยขึ้น
คุณหญิงเฒ่ารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่