ิของลูกชายไว้แน่น ร่างเล็ก ๆ นั้นนิ่งสนิทไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ
ซู่เป่าวิ่งนำกลับเข้าไปในคฤหาสน์พลางร้องบอก
“รีบเข้ามาเร็วค่ะ!”
ซือเยี่ยรับร่างของลูกชายมาอุ้มไว้เอง ก่อนเร่งฝีเท้าเดินตามเด็กน้อยไปอย่างรวดเร็ว โดยมีคุณนายซูและคุณท่านซูเดินตามไปติด ๆ ด้วยความกังวลใจ
ซู่เป่าตรงดิ่งไปยังห้องครัวทันทีตามคำชี้แนะของท่านอาจารย์ การเรียกวิญญาณจำเป็นต้องหากระถางสำหรับเผากระดาษ
“ต้องใช้เสื้อผ้าของพี่ชายด้วยค่ะ…”
ป้าอู๋ แม่บ้านประจำตระกูลรีบเข้ามาถามด้วยความงุนงง “คุณหนูต้องการอะไรคะ?”
ซู่เป่ารีบบอกความต้องการ “หนูอยากได้กะละมังเหล็ก กระดาษเงินกระดาษทอง แล้วก็เสื้อผ้าของพี่ชายสักชุดค่ะ…”
ในขณะที่พูดอยู่นั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปมองทางซืออี้หราน
เธอพลันพบว่าบนเหนือศีรษะของเขามีควันธูปจาง ๆ ลอยวนอยู่
“ท่านอาจารย์คะ… บนหัวของพี่ชายมีอะไรลอยอยู่เหรอคะ?” เด็กน้อยชะงักกึก ก่อนกระซิบถามอาจารย์เบา ๆ จี้ฉางตอบเสียงเคร่ง
“นั่นเรียกว่า ‘ธูปปลิดวิญญาณ’ ผู้ที่ใกล้สิ้นอายุขัยจะมีธูปนี้ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ หากธูปนั้นไหม้จนหมดดอก ผู้นั้นก็จะต้องละทิ้งโลกนี้ไป”
ยามที่เอ่ย คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ
ปกติแล้วผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายแต่ยังไม่ถึงคราวตาย ต่อให้ก้าวขาเข้าสู่ประตูนรกไปแล้วครึ่งก้าว ก็ไม่ปรากฏธูปปลิดวิญญาณเช่นนี้
การที่ธูปนี้ปรากฏขึ้น หมายความว่าเส้นชะตาถูกกำหนดให้ต้องตายแน่แท้
เจ้าหน