ลับด้วยละ!” ซู่เป่าอุทานลั่น จี้ฉางรู้สึกว่ามุมปากของเขาเริ่มชาหนึบจนคุมไม่อยู่
อะไรกัน พลิกกลับ พลิกแพลงอะไรกันน่ะ?
จี้ฉางขยับนิ้วมือคำนวณตามหลักวิชาอย่างไม่สบอารมณ์ ทันใดนั้นเขากลับอุทานออกมาอย่างลืมตัวพลางมองซู่เป่าด้วยความตกตะลึง
เป็นไปตามที่นางพูดทุกประการเลยอย่างนั้นหรือ?
ในขณะนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์รถยนต์หลายคันก็ดังแว่วมาจากภายนอกคฤหาสน์ตระกูลซู
ซู่เป่ารีบลุกขึ้นปัดก้นน้อย ๆ ของเธอ แล้ววิ่งออกไปทางประตูใหญ่ทันที
เสียงของคุณตาและคุณยายซูดังมาแว่ว ๆ “คุณซือ… อี้หรานอาการเป็นอย่างไรบ้างครับ?”
“ซู่เป่าอยู่ที่นี่ เดี๋ยวให้คนไปตามแกมา…”
“คุณยายคะ หนูมาแล้วค่ะ!” ซู่เป่าวิ่งสี่คูณร้อยพลางตะโกนบอก
“ช้า ๆ หน่อยลูก ทำไมถึงวิ่งพรวดพราดออกมาแบบนี้” คุณยายซูรีบเข้าไปประคองหลานสาว เกรงว่าจะล้มคะมำเข้า
ซู่เป่าเงยมองซือเยี่ย และผู้หญิงที่กำลังอุ้มซืออี้หรานอยู่ข้างกายเขาด้วยแววตาห่วงใย
“เต่าแก่บอกหนูว่าพี่ชายกำลังจะมา หนูเลยรีบวิ่งออกมาค่ะ” ซู่เป่าเอ่ยเสียงใส
คุณนายซูและคุณท่านซูต่างมองหน้ากันด้วยความฉงน เต่าแก่ที่ไหนกัน?
ทว่าเมื่อเวินหรูอวิ๋นเห็นซู่เป่าปรากฏตัวขึ้น ยามนี้เธอรู้สึกราวกับได้คว้าฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยยื้อชีวิตลูกชายไว้ได้
“ซู่เป่า… ช่วยอี้หรานด้วยเถอะนะลูก!”
หัวอกคนเป็นแม่ช่างน่าเวทนานัก เวินหรูอวิ๋นยามนี้สติกระเจิงไปหมดแล้ว เธอร่ำไห้อ้อนวอนพลางกระชับอ้อมกอดที่อุ้มร่างไร้สต