ราพบลายนิ้วมือของคุณติดอยู่บนกระดาษใบนั้น!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังชูเอกสารอีกฉบับขึ้น
“ในกระดาษน้ำมันห่อธนบัตรเอาไว้ ซึ่งจากการตรวจสอบเลขลำดับบนธนบัตร เราพบว่าเงินสองหมื่นหยวนนี้ถูกถอนจากตู้เอทีเอ็มธนาคาร X ในอำเภอใกล้เคียงโดยคุณเมื่อหกปีก่อน! หลักฐานมัดตัวแน่นขนาดนี้… พาตัวไป!”
ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
ผ่านพ้นมาเนิ่นนานปานนี้ จะสืบหาความจริงได้อย่างไร!
อีกทั้งสิ่งที่ซ่อนอยู่ในรูปปั้นนั้นเป็นความลับสุดยอด แล้วพวกเขาล่วงรู้ได้อย่างไรกัน?
เมื่อเห็นกุญแจมือเลื่อนเข้ามาใกล้ เหวยหว่านทั้งลนลานและมืดแปดด้าน ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ความคิดหนึ่งพลันแวบขึ้นมาในสมอง!
เธอกระชากสีหน้าให้ดูตกใจและงุนงงสุดขีดพลางถอยกรูดไปหลายก้าว คร่ำครวญทั้งน้ำตา
“พวกคุณพูดเรื่องอะไรกันน่ะ!”
“จื่อหลิน… นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ฉัน… ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” เหวยหว่านละล่ำละลักถามพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตระหนก ราวกับคนหลงทิศหลงทาง
“ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลย ฮือ… จื่อหลิน จื่อหลินฉันเจ็บเหลือเกิน! กอดฉันที…” เธอพยายามคลานเข้าไปหาซูจื่อหลิน ทว่าพอก้าวเท้าออกไปได้เพียงก้าวเดียวก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาคล้ายคนขวัญกระเจิงจนจำเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่ได้แม้แต่น้อย
สมาชิกตระกูลซูต่างตกอยู่ในความเงียบ
สูญเสียความทรงจำงั้นหรือ? ดูอย่างไรก็ไม่ใช่!
ซู่เป่าเอียงคอมองอย่างสงสัย เธอขยับเข้าไปใกล้พลางเพ่งพินิจอาการขอ