งป้าสะใภ้อย่างละเอียด ก่อนหันไปถามลุงใหญ่ด้วยท่าทางไร้เดียงสา
“คุณลุงใหญ่คะ ป้าสะใภ้รองเป็นอะไรไปเหรอคะ? กำลังแกล้งทำเป็นโง่อยู่หรือเปล่า?”
“ทำไมต้องแกล้งโง่ด้วยล่ะคะ หรือเพราะว่าแต่เดิมยังโง่ไม่พอ?” เด็กน้อยทำตาปริบ ๆ จ้องมองเหวยหว่านที่กำลังบีบน้ำตาอยู่บนพื้นด้วยความงุนงงอย่างถึงที่สุด
“โอ๊ย… หัวของฉัน ฉันจำอะไรไม่ได้เลย ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ ทำไมพวกคุณต้องจับฉันด้วย…”
“ฉันไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ นะ!” เหวยหว่านคร่ำครวญพลางสะบัดศีรษะไปมา ราวกับพยายามจะเรียกความทรงจำที่หายไปคืนมา
“พวกที่พอถูกจับแล้วแกล้งความจำเสื่อมแบบคุณน่ะ พวกเราเจอมาจนนับไม่ถ้วนแล้ว! อย่าคิดว่าอ้างแบบนี้แล้วไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย… พาตัวไป!” หัวหน้าชุดจับกุมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เจ้าหน้าที่สองนายรี่เข้ารวบตัวเหวยหว่านพลางบิดแขนไพ่หลังเพื่อสวมกุญแจมือทันที
“จื่อหลิน! จื่อหลินช่วยฉันด้วย! นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมตำรวจต้องจับฉันด้วย!” เธอร้องตะโกนลั่นพลางดิ้นรนสุดชีวิต “ฉันไม่ได้แสร้งทำนะ ฉันจำไม่ได้จริง ๆ!”
เหวยหว่านร้องไห้จนหมดเรี่ยวแรง สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกขวัญเสีย หากคนนอกมาเห็นเข้าคงปักใจเชื่อไปแล้วว่าเธอสูญเสียความทรงจำไปจริง ๆ
ทว่าน่าเสียดายที่มารยาเหล่านี้ไร้ผล
ไม่ว่าความจำเสื่อมจริงหรือเท็จ มนุษย์ทุกคนต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่ตนเองก่อไว้ทั้งสิ้น!
จนกระทั่งถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจ ในที่สุดเหวยห