ไปแล้ว พวกมันจึงเสาะหาร่างสถิต เพื่อเข้าไปอาศัยและช่วงชิงการมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
ซู่เป่าในตอนนี้ยังไม่แกร่งกล้าพอจะสยบปีศาจร้ายตนนั้นได้ จึงทำได้เพียงปล่อยให้นางหนีไป ก่อนหายลับไปในความมืดมิดของราตรี ผีผู้หญิงตนนั้นยังหันกลับมาจ้องซู่เป่าด้วยสายตาอาฆาตแค้นอย่างรุนแรง
“อาจารย์คะ แล้วปีศาจร้ายที่ว่านี่คืออะไรกันแน่?” ซู่เป่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย
จี้ฉางค่อย ๆ อธิบายให้ศิษย์ตัวน้อยฟังอย่างใจเย็น
“ปีศาจร้ายมีอยู่หลายประเภท แต่แท้จริงแล้วพวกมันกำเนิดมาจากรากเหง้ากิเลส และนิสัยด้านมืดของมนุษย์ ทั้งความรัก ความโลภ ความโกรธ และความหลง จนกลายเป็นสิ่งชั่วร้ายในรูปแบบต่างๆ เช่น ผีขี้แย ผีขี้ขลาด ผีขี้เหนียว หรือแม้แต่ผีตัณหา…”
“แล้วเมื่อกี้คือผีตัวไหนคะ?” ซู่เป่าชี้มือไปทางหน้าต่าง
“ผีขี้แย” จี้ฉางหรี่ตามองพลางตอบ
ซู่เป่ากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหันไปมองหานหานทันที…
ดูเหมือนเธอจะเข้าใจอะไรบางอย่างเข้าแล้ว!
“เพราะพี่หานหานชอบร้องไห้บ่อย ๆ ผีขี้แยก็เลยตามมาใช่ไหมคะ?”
“ถูกต้องแล้ว เช่นเดียวกับคนที่กินจุผิดปกติมักดึงดูดผีตะกละ ส่วนคนที่ร้องไห้พร่ำเพรื่อก็มักเรียกหาผีขี้แยให้มาตามติดนั่นเอง” จี้ฉางเอ่ยชมด้วยความพอใจ
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นพ้อง
หนูว่าแล้วเชียว เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ควรร้องไห้พร่ำเพรื่อจริงๆ ด้วย!
ขณะนั้น หานหานยังคงมึนงง และขวัญเสียจนสับสนไปหมด เมื่อเห็นซู่เป่าหันมาพูดบางอย่างแต่เธ