บทที่ 35 ซู่เป่ากับอมยิ้มปลอบใจ
ภายในคฤหาสน์ หานหานถึงกับหยุดร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวชั่วขณะ เธอตัวสั่นพลางสะอึกสะอื้นออกมา คุณนายซู ยังคงมีสีหน้าเคร่งขรึม และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ชอบร้องไห้นักใช่ไหม? งั้นก็ร้องต่อไป! วันนี้ถ้าน้ำตาไม่เต็มกะละมัง ห้ามหยุดเด็ดขาด!”
หานหานขวัญเสียของจริง เธอแผดเสียงร้องออกมาอีกระลอกใหญ่ ก่อนหน้านี้ที่เธอมักร้องไห้โวยวายก็เพื่อต้องการประชดประชันและเอาชนะ ยามนั้นเธอจึงร้องไห้เพียงสามส่วน อาละวาดอีกสามส่วน และยังกั๊กแรงไว้อีกสี่ส่วน
ทว่าครั้งนี้… เธอร้องไห้เพราะความหวาดกลัวจริง ๆ
เด็กน้อยประคองกะละมังใบย่อมไว้พลางสะอื้นไห้ไม่หยุด น้ำตาไหลพรั่งพรูลงสู่ก้นกะละมังราวกับไม่มีค่าอะไร
คุณนายซูผู้มีนิสัยดื้อรั้นไม่แพ้ใคร ยังคงนั่งจ้องหลานสาวร้องไห้อยู่อย่างเงียบเชียบ คนแก่บางครั้งก็มีนิสัยคล้ายเด็ก เมื่อหลานดื้อเธอก็ย่อมดื้อตอบ ทั้งสองต่างยืนกรานในท่าทีของตน จนสุดท้ายหานหานก็ร้องไห้จนหมดแรง
แต่ถึงจะเหนื่อยเพียงใดเธอก็ไม่กล้าหยุดร้อง พอก้มลงมองก็พบว่ากะละมังใบนี้ เพิ่งมีน้ำตาขังอยู่ไม่ถึงครึ่งถ้วยเล็กด้วยซ้ำ เธอจึงยิ่งปล่อยโฮหนักกว่าเดิมด้วยความอัดอั้น
“คุณย่าคะ…หนูร้องจนเต็มกะละมังไม่ไหวแล้วค่ะ หนูหิวน้ำ…หนูอยากดื่มน้ำ…” เธอเอ่ยขอด้วยเสียงสั่นเครือปนสะอึกสะอื้น
แม่บ้านอู๋ที่เฝ้าดูอยู่เห็นท่าทางน่าเอ็นดูนั้นก็อดลอบหัวเราะไม่ได้ คุณนายซูทั้งโกรธทั้งขบขันกับท่