บทที่ 33 สิ่งที่ซ่อนอยู่ในรูปปั้น
ม่านฝุ่นค่อย ๆ จางลง เผยให้เห็นสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากโพรงรูปปั้นได้ชัดเจน
มันคือ… กระดูกมือมนุษย์สีขาวโพลนข้างหนึ่ง
มือนั้นยังคงอยู่ในท่ากำแน่นราวกับปกป้องสิ่งสำคัญ ภายในอุ้งมือมีห่อกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าซุกซ่อนอยู่ข้างใน
ซูจื่อหลินรีบถลาเข้าไปอุ้มซู่เป่าขึ้นแนบอกพร้อมกับปิดตาเธอไว้ทันที ส่วนซูอิงเอ๋อร์ได้แต่อ้าปากค้างจนพูดไม่ออก ท่ามกลางแสงแดดจ้าที่แผดเผา เขากลับรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจอย่างกะทันหัน
“พี่รอง พาซู่เป่ากลับไปก่อนเถอะ” ซูอิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หนูไม่อยากกลับ…” ซู่เป่าพยายามประท้วง แต่ซูจื่อหลินไม่รอช้า เขาอุ้มเธอแล้วรีบสาวเท้าเดินกลับไป
“ซู่เป่าเป็นเด็กดีนะลูก ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเด็ก กลับไปเล่นกับคุณยายที่บ้านก่อนนะ ลุงรองกับลุงห้ามีธุระสำคัญต้องจัดการ” เขาปลอบพลางกำชับด้วยสีหน้าจริงจัง “แล้วจำไว้นะ…เมื่อกี้คนที่ทำรูปปั้นแตกคือลุงห้า เขาตื่นเต้นตอนอวดค้อนมากไปหน่อยจนทำพลาดทุบรูปปั้นพังเอง”
“เป็นอย่างนั้นเหรอคะ? แต่คุณลุงตำรวจไม่ใช่คนไม่ดีนี่นา ทำไมเราต้องโกหกเขาด้วยล่ะ?” ซู่เป่าเอียงคอสงสัย ซูจื่อหลินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบเลี่ยง ๆ “เชื่อฟังลุงรองก็พอนะคะ”
“ก็ได้ค่ะ!” เด็กน้อยรับคำพลางเกาะไหล่เขาไว้โดยง่าย
หลังจากส่งหลานสาวถึงบ้านอย่างปลอดภัย ซูจื่อหลินรีบผลุนผลันจากไปทันที คุณยายซูจึงรีบสั่งให้คนครัวเตรียมของ