งเด็กน้อยหัวหอมที่ติดแหง็กอยู่
“ไม่งั้นเธอคิดว่าด้ายแดงที่อาจารย์มอบให้ มีไว้เพื่อใส่ประดับเก๋ ๆ อย่างเดียวหรือไง?”
ซู่เป่าก้มมองเชือกสีแดงบนข้อมือของตัวเองด้วยความสงสัย ในขณะเดียวกันที่ด้านหลัง…เหวยหว่านยืนพิงประตูเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา
เหอะ… แค่เรื่องโง่ ๆ แค่นี้ยังติดอยู่ได้ เด็กคนนี้มันสมองนิ่มจริง ๆ
เธอเห็นคนอื่น ๆ ในตระกูลซูต่างกระตือรือร้นกันยกใหญ่ แต่ละคนแสดงความห่วงใยออกมาจนออกนอกหน้า ลุงคนหนึ่งรีบไปลากบันไดมาพาด ส่วนอีกคนก็รีบวิ่งไปเอาเบาะลมมาปูรอไว้ข้างล่าง
เหวยหว่านรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง
แค่เด็กติดกรงอยู่บนชั้นสอง จำเป็นต้องแตกตื่นกันขนาดนี้เลยหรือไง?
พื้นด้านล่างนั่นก็เป็นสนามหญ้า ต่อให้ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอะไรเลย แล้วตกลงไปจริง ๆ อย่างมากก็แค่เจ็บนิดหน่อย ไม่ถึงตายหรอก
เธอมองดูความตื่นตระหนกที่ทุกคนมีต่อซู่เป่า แล้วย้อนนึกถึงความเย็นชาที่พวกลุง ๆ มีต่อ หานหานลูกสาวของเธอ เหวยหว่านรู้สึกคับแค้นใจ ทำไมก่อนหน้านี้เธอถึงไม่เคยสังเกตเห็นเลยว่า คนตระกูลซูจะมีมาตรฐานสองชั้นและลำเอียงได้โล่ขนาดนี้!
สนามหญ้าด้านล่าง
เบาะลมขนาดมหึมาถูกกางออกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ ซูอีเฉินและซูเยว่เฟยยืนคุมสถานการณ์อยู่ด้านล่างด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังราวกับกำลังกู้ชีพในเขตสงคราม
ซูเยว่เฟยวิเคราะห์เป็นงานเป็นการ “ตามหลักสรีรวิทยาของเด็กเล็ก หัวมักจะโตกว่าลำตัว ถ้าหัว