ายแสงจาง ๆ ออกมา ราวเหล็กแข็งแกร่งกลับบิดงอตามแรงดึง ราวกับมันเป็นเพียงเส้นบะหมี่นุ่มนิ่ม ซู่เป่าดัดมันจนโค้งงอเปิดเป็นช่องกว้างด้วยพละกำลังมหาศาล!
ซู่เป่าหดศีรษะเล็ก ๆ ของเธอหลบออกมาจากช่องว่างที่ง้างไว้ได้ เด็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใส
“ซู่เป่าออกมาได้แล้วค่า!” ทุกคนในบ้านตระกูลซูถึงกับยืนอึ้งตะลึงงัน
เมื่อครู่มัวแต่พัลวันกันอยู่ด้านล่างจึงไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่าซู่เป่าหลุดออกมาโดยวิธีใด แม้แต่คุณยายซูที่ยืนคุมอยู่ใกล้ ๆ ยังไม่ทันรู้สึกถึงความผิดปกติเลยด้วยซ้ำ
เมื่อสายตาทุกคู่หันไปมองที่ราวเหล็กซึ่งบิดงอเสียรูปทรงไปอย่างน่าประหลาด สมาชิกครอบครัวซูทุกคนต่างตกใจจนพูดไม่ออก
ลุงใหญ่เป็นคนแรกที่มีสติ เขาตีสีหน้าเรียบเฉยทันควันพลางขยับตัวเข้าไปยืนขวางหน้าซู่เป่า เพื่อใช้แผ่นหลังกว้างของตนบดบังราวเหล็กที่บิดงอนั้นไว้ไม่ให้เป็นที่สังเกต
เขาเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงความเอ็นดู “ซู่เป่าเก่งจริง ๆ… เอาล่ะ ไปทานข้าวกับคุณยายเถอะ”
ลุงคนอื่น ๆ ที่เหลือต่างรีบเดินตามหลังซู่เป่าไปติด ๆ พวกเขาแท็กทีมกันเดินบังราวเหล็กเจ้าปัญหาไว้ราวกับนัดกันมา เพื่อไม่ให้คนนอกหรือแม้แต่คนใช้ในบ้านเห็นร่องรอยประหลาดนั้น
มีเพียงหานหานเท่านั้นที่ยืนมองตามด้วยสีหน้าสงสัยใคร่รู้
“ซู่เป่าออกมาได้ยังไงกันนะ…?”
“พี่น้องตระกูลซูพวกนี้ ทำไมต้องทำเหมือนระแวงฉันขนาดนั้นด้วย!” เหวยหว่านเริ่มคิดในใจด้วยความขุ่น