เคือง
ไม่ใช่เธอเสียหน่อยที่ทำให้ซู่เป่าเข้าไปติดอยู่ในนั้น
จะมาทำท่าทางตั้งแง่ใส่เธอได้ยังไง?
หานหานเองรู้สึกไม่สบายใจตามแม่ของเธอ เด็กน้อยเม้มปากแน่นก่อนจะเดินก้มหน้าลงบันไดไปเงียบ ๆ
เมื่อลับตาคนนอก ซูอีเฉินจึงก้มลงถามหลานสาวเสียงค่อย “ซู่เป่า…ราวเหล็กนั่น เป็นฝีมือหนูเหรอลูก?”
“ใช่แล้วค่ะ!” ซู่เป่ากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ
คำตอบนั้นทำให้ซูอีเฉินหวนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่สวนหลังบ้านตระกูลหลิน…จังหวะที่มู่ชิ่นซินกำลังจะลงมือทำร้ายซู่เป่า แต่กลับถูกฝ่ามือน้อย ๆ ของซู่เป่าตบจนกระเด็นหวือออกไป
ตอนนั้นเขาเพิ่งจะตั้งรับมู่ชิ่นซินออกไปพอดี ประกอบกับความเป็นห่วงซู่เป่าจนหน้ามืดตามัว ทำให้เขาไม่ได้เอะใจหรือสังเกตเห็นความผิดปกติอะไรมากนัก
แต่พอมาลองทบทวนดูตอนนี้…
ซูอีเฉินและพี่น้องคนอื่น ๆ ต่างสบตากันโดยมิได้นัดหมาย สีหน้าของพวกเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและจริงจังขึ้น
ประมุขซูหรี่ตามองพลางกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เรื่องนี้ห้ามใครเอาไปพูดข้างนอกเด็ดขาด… ซู่เป่า ต่อไปหนูห้ามแสดงพลังแบบนี้ให้คนอื่นเห็นอีกนะ เข้าใจไหม?” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
ทำไมคุณตากับพวกคุณลุงต้องทำท่าทางตื่นเต้นขนาดนั้นด้วยล่ะ?
พลังเยอะแบบนี้มันไม่ดีตรงไหนกัน? ในเมื่อตอนนี้เธอก็จะได้ช่วยทุกคนทำงานได้เยอะ ๆ ไง
ลุงใหญ่ ลดสายตาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา “เจ้าห้ามาหรือยัง?”
ยังไม่ทันขาดคำ ซูอิงเอ๋อ