ร์แบกคีมไฮดรอลิกขนาดมหึมาวิ่งตะโกนเข้ามา
“มาแล้ว ๆ ! ซู่เป่าไม่ต้องกลัวนะลูก! ลุงห้ามาช่วยแล้ว!”
ซู่เป่าน้อยเงยหน้าขึ้นมองพลางลูบคอตัวเองปุ ๆ แล้วตอบเสียงใส
“ลุงห้าขา ซู่เป่าออกมาได้แล้วค่ะ!”
ซูอิงเอ๋อร์ถึงกับชะงักกึก ยืนเอ๋อไปชั่วขณะ ซูอีเฉินรีบก้าวเข้าไปกระซิบเสียงต่ำ “เจ้าห้า…รีบตัดซี่กรงเหล็กพวกนั้นทิ้งให้หมด”
จากนั้นเขาจึงเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ลุงห้าฟังด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันเพียงไม่กี่คน
ซูอิงเอ๋อร์เห็นราวเหล็กบิดงอนั้นเข้ากับตาตัวเอง ถึงกับตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“ยะ… เยี่ยมมาก! ซู่เป่าเก่งที่สุดเลย! เก่งขนาดนี้ สนใจไปทำงานก่อสร้างกับลุงห้าไหมจ๊ะ?”
“ไปค่ะไป!” ซู่เป่าตอบรับทันควัน
คนอื่น ๆ ในบ้านต่างคิดว่าซู่เป่าคงแค่พูดเล่นตามประสาเด็กที่รับปากง่ายแต่เดี๋ยวก็ลืม ทว่าหลังจากทานข้าวเสร็จ เด็กน้อยกลับแสดงความมุ่งมั่น ในการตามลุงรองและลุงห้าไปยังไซต์งานก่อสร้างให้ได้ ซูอีเฉินเอ่ยอย่างจนใจ
“หนูจะไปทำอะไรที่นั่นกันลูก? เป็นเด็กดีนะ ไซต์งานก่อสร้างมันอันตรายมาก เขาห้ามคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องเข้านะครับ”
ซู่เป่ารีบแย้งเสียงใส “ซู่เป่าไม่ได้เป็นคน ‘เค็ม’ นะคะ ซู่เป่าเป็นคน ‘หวาน’ ต่างหาก!” [1]
ซูอีเฉินถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ทุกคนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
เด็กน้อยก็ยังคงเป็นเด็กน้อย ถึงแม้เธอจะดูรู้ความเกินวัยในบางเรื่อง แต่ในมุมไร้เด