ไม่แปลกที่คำสั่งของเธอจะยังมีอิทธิพล และได้ผลจริงๆ ในระดับหนึ่ง!
หลินเฟิงและมู่ชิ่นซินก้าวเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลซูได้สำเร็จตามความตั้งใจ สถานที่แห่งนี้โอ่อ่าอลังการและเปี่ยมด้วยบารมี เพียงแค่สนามหญ้าหน้าประตูก็กว้างขวางกินพื้นที่ถึงสองไร่ แม้ทั้งคู่นั้นจะเคยภาคภูมิใจในฐานะชนชั้นสูงแห่งเมืองหนานเฉิง กลับรู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยราวกับสุนัขข้างถนน เมื่อมาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าคฤหาสน์หลังนี้
สองสามีภรรยาต่างอดไม่ได้ พากันขยับดึงชุดพิธีการที่ยับย่นของตนให้เข้าที่
“พี่เฟิง บ้านปู่ของซู่เป่าหรูหรามากจริง ๆ ค่ะ ยังไงพี่ก็เป็นพ่อ ไม่ว่าอย่างไรเด็กคนนั้นก็ไม่มีทางทอดทิ้งพี่ได้ลงคอ” มู่ชิ่นซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “หากตระกูลซูยอมออกปากปกป้อง พี่ก็ไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไป บางทีเราอาจได้กลับมาอยู่กับลูกสาวด้วยกันก็ได้นะ…”
คำพูดนั้นทำให้หลินเฟิงรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาในอกด้วยความหวัง
มู่ชิ่นซินยังคงสุมไฟในใจเขาต่อไป เธอฉวยโอกาสกระซิบเบา ๆ ว่า
“ถ้าตระกูลซูคุยไม่รู้เรื่อง พวกเราก็ต้องชิงสิทธิ์การดูแลซู่เป่าคืนมาให้ได้ อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นแค่ญาติฝั่งแม่ แต่พวกเรานี่แหละคือพ่อแม่ของแกจริงๆ…”
หลินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วยรัว ๆ
ใช่แล้ว วันนี้เขาต้องยึดมั่นในฐานะพ่อแท้ ๆ ของเด็กคนนั้น ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาก็จะไม่มีวันยอมไปจากที่นี่เด็ดขาด!
เพราะเพียงแค่คำพูดประโยคเดียวจากตระกูลซู ปัญหาทุกอย่างของเขาก็จะคลี่ค