ำเอียงเท่านั้น
ขณะที่กำลังข่มกลั้นความไม่พอใจ เธอก็สังเกตเห็นยามหน้าประตูกำลังรีบร้อนไปหาคนดูแลบ้าน จึงเข้าไปขวางไว้ทันที
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“ข้างนอกมีคนสองคนอ้างว่าเป็นพ่อแม่ของหนูซู่เป่าครับ ผมกำลังจะไปรายงานคุณชาย”
เหวยหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง
พ่อแท้ ๆ ของซู่เป่างั้นหรือ?
เธอเคยได้ยินเรื่องราวของตระกูลหลินแห่งเมืองหนานเฉิงมาบ้าง ว่าหลังจากที่ซู่เป่าทำให้แม่เลี้ยงแท้งลูก หลินเฟิง ผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ก็โกรธจัดจนลงมือทำร้ายซู่เป่าอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้ตระกูลซูโกรธแค้น และสั่งสอนจนพวกเขาล้มละลายไป
เหวยหว่านหลุบตาลง แววตาของเธอสั่นไหวด้วยประกายบางอย่าง
ในเมื่อหานหานของเธอต้องทนทุกข์ และอยู่อย่างน่าสงสารเพียงนี้
ซู่เป่า มีสิทธิ์อะไรถึงได้เสวยสุข?
มันควรถึงเวลาที่ทุกคนจะได้เห็นเสียทีว่าแท้จริงแล้วเด็กคนนัั้นเป็นอย่างไร!
พอรู้ว่าครอบครัวฝั่งตายายมั่งคั่งก็รีบแล่นมาพึ่งพิงพวกลุงทันที
ถึงขั้นทิ้งปู่ย่าและพ่อแท้ ๆ ของตนเองได้อย่างลงคอ
“หากนี่ไม่ใช่การรังเกียจคนจน รักคนรวย แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก?”
“ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาเถอะ” เหวยหว่านเอ่ยปาก
“คุณนายรองครับ…ไม่จำเป็นต้องแจ้งคุณชายก่อนหรือ?” ยามเฝ้าประตูชะงักด้วยความสงสัย
“เดี๋ยวนี้คำพูดของฉันไม่มีความหมายแล้วหรือไง?” เธอขมวดคิ้ว
เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา เหวยหว่านและพวกเด็ก ๆ อาศัยอยู่ในคฤหาสน์สกุลซูบ่อยสุด ขณะที่คนอื่น ๆ แทบไม่ค่อยกลับมา จึง