่อง แล้วรวบรวมแรงเป่าออกมาอย่างสุดกำลัง
แต่น่าเสียดายที่เธอยังเด็กเกินไป จึงดับเทียนได้เพียงเล่มเดียวเท่านั้น
ภาพนั้นทำให้ทุกคนหลุดหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู พวกเขาต่างกลั้นหายใจมองดูเด็กน้อยด้วยความรัก ก่อนเหล่าคุณลุงจะพากันโน้มตัวลงมาช่วยกันเป่าเทียนที่เหลืออีกสามเล่มจนดับสนิท
ขณะที่ทุกคนกำลังปรบมือชื่นชม กลับมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นจนน่าตกใจว่า
“ซู่เป่า…!”
มู่ชิ่นซินและหลินเฟิงเบียดเสียดผู้คนเข้ามา จนทันเห็นภาพความอบอุ่นแสนสุขนั้นพอดี ความริษยาพลันแล่นริ้วขึ้นมาในใจจนไม่อาจหลีกเลี่ยง
ขณะที่พวกเขาต้องทนทุกข์และอยู่ในสภาพหม่นหมองถึงเพียงนี้ แต่เด็กน้อยกลับมีชีวิตที่สุขสบายเหลือเกิน
อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ยังไม่ลืมแผนการที่เตรียมมาแต่ต้น
“ซู่เป่า… สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ แม่มาสายไปนิด”
มู่ชิ่นซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแลดูอ่อนแอ พร้อมดวงตาที่แดงก่ำเหมือนคนจะร้องไห้ หลินเฟิงรีบเสริมขึ้นว่า
“พ่อกับแม่เลี้ยงตั้งใจเอาของขวัญมาให้หนูนะ”
เมื่อเห็นบุคคลทั้งสอง ซู่เป่าก็ชะงักไปทันที รอยยิ้มบนใบหน้าดวงน้อยมลายหายไป มุมปากเม้มเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว
เด็กน้อยเบือนหน้าหนี ไม่ยอมหันไปมองทั้งคู่แม้แต่หางตา คุณตาซู่หน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธจัด ก่อนตวาดลั่น
“ใครอนุญาตให้พวกแกเข้ามา? ออกไปให้พ้น!”
ไม่คาดคิดว่าสามีภรรยาจะทรุดตัวลงคุกเข่าพร้อมกันด้วยเสียงดังตุ้บ!
“พ่อตาครับ ผมผิดไปแล้ว ผมยอมรับว่าที่ผ่านมามั