วแต่ยุ่งจนละเลยซู่เป่าไปมาก! เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นความผิดของผมเอง” หลินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสลด
“ตอนนั้นลูกในท้องของชิ่นซินอายุได้หกเดือนแต่กลับต้องมาเสียชีวิตกะทันหัน ผมโกรธจัดจนขาดสติพลั้งมือกับแกหนักไปหน่อย…”
ทางด้านมู่ชิ่นซินน้ำตาไหลรินอย่างเงียบเชียบ เธอแสดงท่าทางเจ็บปวดพลางเอ่ยสมทบ “ซู่เป่า แม่เลี้ยงคนนี้ไม่ดีเอง…ที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างในยามที่หนูต้องการ…”
ทั้งคู่ผลัดกันปั้นคำพูดรับส่งไปมาจนผู้คนในงานเริ่มเข้าใจสถานการณ์ ว่าแท้จริงแล้วแขกไม่ได้รับเชิญคู่นี้ คือพ่อแท้ ๆ และแม่เลี้ยงของเด็กน้อยนั่นเอง!
คุณตาซู่เป่าโกรธจนคิ้วขมวดมุ่นตาถลึง กลับถูกซูอีเฉินยกมือขึ้นปรามไว้ พร้อมส่งสัญญาณทางสายตาให้รอดูท่าทีไปก่อน
เมื่อเห็นดังนั้น หลินเฟิงและมู่ชิ่นซินต่างแอบลิงโลดด้วยความย่ามใจ เพราะคิดว่ากลยุทธ์บีบน้ำตานี้ได้ผลเกินคาด!
หลินเฟิงแสร้งทอดถอนใจพลางเอ่ยต่อ “ซู่เป่า…พ่อละเลยหน้าที่ในช่วงที่ลูกกำลังเติบโตไปมากจริงๆ! ลูกยอมให้อภัยพ่อได้ไหม?”
มู่ชิ่นซินสะอื้นไห้พลางสำทับด้วยน้ำเสียงเวทนา “ซู่เป่า…แม่ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ต่อจากนี้แม่จะไม่ยอมมีน้องมาแทนที่หนูอีก เรากลับมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเถอะนะ ตกลงไหมลูก?”