ชุดในหน้าที่สองต่อทันที
“ในขณะที่ซู่เป่าสั่งตัดชุดกระโปรงลายดวงดาว เราก็ได้สั่งตัดชุดลายดวงดาวแบบเดียวกันให้คุณหนูหานหานด้วยเช่นกัน และในหน้านี้คือข้อมูลรายละเอียดกระโปรงของหานหาน!”
เหวยหว่านเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งท้างประหนึ่งถูกสาปให้เป็นหิน เธอได้แต่จ้องมองตัวเลข และรายละเอียดบนเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกหน้าชาจนพูดไม่ออก
แขกที่มีสายตาเฉียบคมคนหนึ่งเหลือบมองตัวเลขในเอกสาร แล้วร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ฉันนึกว่าชุดของซู่เป่าที่ราคา 10 ล้านนั่นแพงที่สุดแล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่าชุดสั่งตัดของหานหานจะราคาสูงกว่า… ตั้ง 10.5 ล้านบาทเลยนะเนี่ย!”
ถึงแม้ส่วนต่าง 5 แสนบาทจะเป็นเพียงเศษเงินสำหรับมหาเศรษฐีอย่างตระกูลซู แต่หลักฐานนี้ก็ตบหน้าความเชื่อที่ว่าตระกูลซูลำเอียงจนหน้าหงาย
สายตาของทุกคนที่เคยมองเหวยหว่านเริ่มแปรเปลี่ยนไปในทางลบ
“เด็กยังไม่รู้ความขนาดนี้ คงเป็นเพราะมีผู้ใหญ่ไปเป่าหูหรือปลูกฝังอะไรผิด ๆ มาแน่ ถึงได้คิดไปเองว่าของคนอื่นเป็นของตัวเองแบบนั้น”
“ฉันก็ว่างั้นแหละ ไม่รู้คุณแม่เขาสั่งสอนลูกยังไงถึงได้เป็นแบบนี้…”
“ได้ยินข่าวมานานแล้วว่าเด็กคนนี้เอาแต่ใจและไร้เหตุผลสุด ๆ”
เหวยหว่านกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายขายหน้าจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี!
ทำไมคนพวกนี้ถึงได้ใจร้ายขนาดนี้? กล้ามาวิจารณ์คนอื่นต่อหน้าต่อตาแบบนี้ มารยาทไม่มีกันเลยหรือไง!
“หานหาน…ตอนนี้เธอเข้าใจห