รือยัง? กระโปรงตัวนี้เป็นของซู่เป่ามาตั้งแต่ต้น และเธอก็มีชุดสวย ๆ เป็นของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าเธออยากได้แบบที่เหมือนกับซู่เป่าทุกระเบียดนิ้ว ลุงใหญ่จะสั่งตัดให้เธอเพิ่มอีกชุดเหมือนกัน” ซูอีเฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
หานหานยังคงมีท่าทีงุนงง แต่เธอเริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้มาก และเริ่มเปิดใจรับฟังเหตุผล
ความจริงแล้วเด็ก ๆ ก็เป็นเช่นนี้เอง หากผู้ใหญ่ใช้เหตุผลและหลักฐานอธิบาย พวกเขาย่อมเข้าใจได้ การร้องไห้โวยวายซ้ำซาก มักเป็นเพียงการทดสอบขีดจำกัดของผู้ใหญ่เท่านั้น
ทว่าตอนนี้ ทั้งคุณปู่ ลุง ของเธอ ต่างร่วมกันแสดงจุดยืน และขีดจำกัดที่ชัดเจนให้เห็นแล้ว หานหานเริ่มตระหนักได้ว่าการอาละวาดไม่ใช่กุญแจสำคัญที่ใช้แก้ปัญหาได้อีกต่อไป เมื่อเห็นว่าหานหานหยุดงอแงแล้ว ผู้เฒ่าซูจึงหันไปสั่งหลานชายคนโต
“เหอเหวิน พาน้องสาวกลับขึ้นไปข้างบน”
ชายชราไม่กล้าปล่อยให้เหวยหว่านเป็นคนพาหานหานไปส่งอีกแล้ว เพราะเกรงว่าจะเกิดการเป่าหูขึ้นอีก
ซูเหอเหวินทำหน้าเย็นชา แม้ในใจจะยังไม่ชอบนิสัยของหานหานนัก แต่เขาก็ยอมทำตามคำสั่ง
“ไปกันเถอะ” หานหานสะอื้นเบา ๆ แล้วยอมเดินตามพี่ชายไปโดยดี
ทิ้งให้เหวยหว่านยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางสถานการณ์น่าอึดอัดใจอย่างถึงที่สุด
ใช่สิ… แม้หานหานจะทำผิด แต่ฉันที่ยังเป็นแม่ของเธอก็ยืนอยู่ตรงนี้แท้ ๆ!
พวกเขามีสิทธิ์อะไรถึงได้ข้ามหน้าข้ามตามาสั่งสอนลูกสาวของฉันแทนแบบนี้!